ลำดับที่  226. “ถอดต๋ง    หื้อหล่มจ้อง” 

อ่าน (-ถอด-ต๋ง-หื้อ-หล่ม-จ้อง-)

หมายถึง.....วางกลอุบายลวงให้ผู้อื่นหลงกล ได้รับความเสียหาย 

กำบ่าเก่าจึงว่า    “ถอดต๋ง หื้อหล่มจ้อง”            

การนำไปใช้       ระวังอย่าหลงกลอุบายของพวกมิจฉาชีพ

เทียบสำนวน  สุภาษิต  คำพังเพย ไทยกลาง   “ขุดบ่อล่อปลา”

เทียบเคียงกำบ่าเก่า-คำไทยกลาง    “ถอดตงให้(ขา)ตกลงช่อง”

ลำดับที่  227. “ถ้าจะกิ่วขอหื้อกิ่วคองู  ถ้าจะอูขอหื้ออูคอจ๊าง”

อ่าน (-ถ้า-จะ-กิ่ว-ขอ-หื้อ-กิ่ว-คอ-งู///ถ้า-จะ-อู--ขอ-หื้อ-อู-คอ-จ๊าง-)

หมายถึง….แม้ยากจนเข็ญใจ  สิ้นไร้ไม้ตอก   ควรดำรงอยู่อย่างมีศักดิ์ศรี  ดิ้นรนทำมาหากินด้วยตนเอง

กำบ่าเก่าจึงว่า     “ถ้าจะกิ่วขอหื้อกิ่วคองู   ถ้าจะอูขอหื้ออูคอจ๊าง” 

การนำไปใช้       รักศักดิ์ศรีตนเอง ขยันทำมาหากิน อย่างอมืองอเท้า

เทียบสำนวน  สุภาษิต  คำพังเพย ไทยกลาง   “”

เทียบเคียงกำบ่าเก่า-คำไทยกลาง  “คอดกิ่วให้เหมือนคองู(น่าเกรง) จะอู(อวบกลม)ให้เหมือนคอช้าง 

ลำดับที่  228. “ถางเผี้ยวป่าไม้    หื้อเป๋นป่าหญ้า    เต้ากับสร้างป่าจ๊า    ไว้หื้อลูกหลาน”

อ่าน  (-ถาง-เผี้ยว-ป่า-ไม้///หื้อ-เป๋น-ป่า-หย้า///เต้า-กับ-สร้าง-ป่า-จ๊า///ไว้-หื้อ-ลูก-หลาน-)

หมายถึง…..ตัดไม้ทำลายป่าผลาญทรัพยากรธรรมชาติ อนาคตลูกหลานพินาศวอดวาย  

กำบ่าเก่าจึงว่า    “ถางเผี้ยวป่าไม้หื้อเป๋นป่าหญ้า เต้ากับสร้างป่าจ๊าไว้หื้อลูกหลาน”

การนำไปใช้        ช่วยกันส่งเสริมอนุรักษ์ดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติ 

เทียบสำนวน  สุภาษิต  คำพังเพย ไทยกลาง   “ป่าไม้คือชีวิตอย่าคิดทำลาย”

เทียบเคียงกำบ่าเก่า-คำไทยกลาง  “ตัดไม้ทำลายป่าเท่ากับสร้างป่าช้าให้ลูกหลาน”

ลำดับที่  229. “ถ่านไฟเก่าขี้เต้ามันยัง”  อ่าน (-ถ่าน-ไฟ-เก่า-ขี้-เต้า-มัน-ยัง--)

หมายถึง.....คนเคยรักกัน เคยมีสัมพันธ์กันมาก่อน ย่อมจะกลับคืนดีหรือสานสัมพันธ์กันใหม่ได้ง่ายดาย            กำบ่าเก่าจึงว่า     “ถ่านไฟเก่า  ขี้เต้ามันยัง”   

การนำไปใช้        ระวังความสัมพันธ์ที่ผิดศีลธรรมอันดีงาม

เทียบสำนวน  สุภาษิต  คำพังเพย ไทยกลาง   “ถ่านไฟเก่า///วัวเคยขาม้าเคยขี่”

เทียบเคียงกำบ่าเก่า-คำไทยกลาง  “ถ่านไฟเก่าขี้เถ้ายังมีอยู่”

 

 

 

ลำดับที่  230. “ถามนักได้ปัญญา    นั่งผ่อหน้าได้ก้าก้นด้าน”

อ่าน (-ถาม-นัก-ได้-ปั๋น-ยา///นั่ง-ผ่อ-หน้า-ได้-ก้า-ก้น-ด้าน-)

หมายถึง....ถามมากรู้มาก ถามน้อยรู้น้อย  ไม่ถามไม่รู้  ไม่ดูไม่เห็น  ไม่ทำก็ไม่เป็น 

กำบ่าเก่าจึงว่า       “ถามนัก  ได้ปั๋ญญา นั่งผ่อหน้า  ได้ก้าก้นด้าน”  

การนำไปใช้        ใช้หลัก  สุ  จิ  ปุ  ลิ  (ฟัง  คิด  ถาม  เขียน)

เทียบสำนวน  สุภาษิต  คำพังเพย ไทยกลาง   “อยากรู้ให้ถาม  อยากงามให้แต่ง”

เทียบเคียงกำบ่าเก่า-คำไทยกลาง   “ถามมากได้ปัญญา นั่งมองหน้าได้แค่ก้นด้าน”

ลำดับที่  231. “ถ้วยแตกแล้ว  เอามาเตาะต่อกั๋น  ตี้ไหนจามัน  จะหายแตกร้าว”

อ่าน   (-ถ้วย-แตก-แล้ว///เอา-มา-เตาะ-ต่อ-กั๋น///ตี้-ไหน-จา-มัน///จะ-หาย-แตก-ร้าว-)

หมายถึง....คนเราถ้ามีเรื่องทะเลาะกัน  การที่จะกลับมาคืนดีกันดังเดิมเป็นเรื่องที่ยาก 

กำบ่าเก่าจึงว่า     “ถ้วยแตกแล้ว  เอามาเตาะต่อกั๋น  ตี้ไหนจามัน  จะหายแตกร้าว” 

 การนำไปใช้       อย่าให้เกิดเรื่องทะเลาะกัน  ควรมีไมตรีต่อกัน  รักใคร่ปรองดองกัน

เทียบสำนวน  สุภาษิต  คำพังเพย ไทยกลาง   “แก้วร้าวยากประสาน”

เทียบเคียงกำบ่าเก่า-คำไทยกลาง   “ถ้วยแตกแล้วเอามาต่อกัน  มีที่ไหนกันจะหายแตกร้าวได้”

ลำดับที่  232. “ถึงจะอยู่ขวงเงินขวงคำ  บ่เต้าฝนฮำแสนห่า” 

อ่าน (-ถึง-จะ-หยู่-ขวง-เงิน-ขวง-คำ///บ่อ-เต้า-ฝน-ฮำ-แสน-ห่า-) 

หมายถึง.....มนุษย์และสรรพสัตว์ย่อมต้องการมีชีวิตความเป็นอยู่อย่างอิสระ มีเสรีภาพ        

กำบ่าเก่าจึงว่า     “ถึงจะอยู่ขวงเงินขวงคำ  บ่เต้าฝนฮำแสนห่า” 

 การนำไปใช้        ใช้ชีวิตอย่างเสรีจะมีความสุข

เทียบเคียงกำบ่าเก่า-คำไทยกลาง    “กรำฝนแสนห่า  ยังสุขใจกว่า   อยู่กรงทองคำ” 

ลำดับที่  233. “ถึงเป๋นเจ้าจ๊าง   มหาเศรษฐี   จื่อเสียงบ่ดี   ไผบ่อวดอ้าง   จื่อเสียงเฮาดี  

ถึงต๋ายกระด้าง  ก็ยังมีคนอวดไว้”อ่าน  (-ถึง-เป๋น-เจ้า-จ๊าง-//มะ-หา-เสด-ถี//จื่อ-เสียง-บ่อ-ดี//ไผ-บ่อ-อวด-อ้าง-//จื่อ-เสียง-เฮา-ดี/// ถึง-ต๋าย-กะ-ด้าง/// ก่อ-ยัง-มี-คน-อวด-ไว้)

หมายถึง......คนร่ำรวยจากการทำชั่ว  สร้างฐานะจากอาชีพทุจริต ย่อมไม่มีใครสรรเสริญ  แต่คนยากจนที่ทำความดี  แม้ตายไปผู้คนยังเล่าลือในคุณงามความดี  ให้การยกย่องสรรเสริญ                     

 กำบ่าเก่าจึงว่า    “ถึงเป๋นเจ้าจ๊าง มหาเศรษฐี  จื่อเสียงบ่ดี  ไผบ่อวดอ้าง จื่อเสียงเฮาดี ถึงต๋ายกระด้าง 

ก็ยังมีคนอวดไว้”                    การนำไปใช้       การทำความดีมีคุณค่ากว่าการร่ำรวยทรัพย์สินเงินทอง(แต่ทำชั่ว)เทียบสำนวน  สุภาษิต  คำพังเพย ไทยกลาง   “ทำดีได้ดี  ทำชั่วได้ชั่ว”

เทียบเคียงกำบ่าเก่า-คำไทยกลาง  “แม้เป็นเจ้าของช้างเป็นมหาเศรษฐี ชื่อเสียงไม่ดี คนไม่สรรเสริญ  ถ้าเราทำความดี  แม้ตายไปแล้วก็ยังมีคนสรรเสริญ”

ลำดับที่  91.  “เข้าหมู่แฮ้งเป๋นแฮ้ง  เข้าหมู่ก๋าเป๋นก๋า”

อ่าน (-เข้า-หมู่-แฮ้ง-เป๋น-แฮ้ง///เข้า-หมู่-ก๋า-เป๋น-ก๋า-)

หมายถึง......การทำตัวให้เข้ากับผู้คนในสังคมที่ตนเองอยู่ได้ เพื่อได้รับการยอมรับจากผู้อื่น

กำบ่าเก่าจึงว่า      “เข้าหมู่แฮ้งเป๋นแฮ้ง  เข้าหมู่ก๋าเป๋นก๋า”  

การนำไปใช้        ประพฤติตนเข้ากับสังคม

เทียบสำนวน  สุภาษิต  คำพังเพย ไทยกลาง   “เข้าเมืองตาหลิ่วต้องหลิ่วตาตาม”

เทียบเคียงกำบ่าเก่า-คำไทยกลาง  “เข้าฝูงแร้งเป็นแร้ง  เข้าฝูงกาเป็นกา”

ลำดับที่  92. “ข้าวจะเสี้ยงเพราะกิ๋นหวาน    คนจะผลาญเพราะนอนอุ่น”

อ่าน   (-ข้าว-จะ-เสี้ยง-เพราะ-กิ๋น-หวาน///คน-จะ-ผาน-เพราะ-นอน-อุ่น-)

หมายถึง.....คนขี้เกียจไม่ช่วยกันทำมาหากินเพื่อครอบครัว มีความสุขกับการกินการนอน    

กำบ่าเก่าจึงว่า     “ข้าวจะเสี้ยงเพราะกิ๋นหวาน   คนจะผลาญเพราะนอนอุ่น”   

การนำไปใช้       ช่วยกันทำงานเพื่อครอบครัว

เทียบสำนวน  สุภาษิต  คำพังเพย ไทยกลาง   “กินล้างกินผลาญ”

เทียบเคียงกำบ่าเก่า-คำไทยกลาง  “ข้าวจะหมดเพราะทานอร่อย  คนจะผลาญเพราะนอนอุ่น”

ลำดับที่  93.  “แขนตั๋วสั้น   จะไปอุ้มไหใหญ่”  อ่าน  (-แขน-ตั๋ว-สั้น///จะ-ไป-อุ้ม-ไห-ใหย่-)

หมายถึง....อย่าทำในสิ่งที่เกินความสามารถของตนเอง

กำบ่าเก่าจึงว่า     “แขนตั๋วสั้น  จะไปอุ้มไหใหญ่”   

การนำไปใช้       รู้ประมาณตน  อย่าทำอะไรเกินตัว

เทียบสำนวน  สุภาษิต  คำพังเพย ไทยกลาง   “ไม่ดูเงาหัว”

เทียบเคียงกำบ่าเก่า-คำไทยกลาง  “แขนตนสั้นอย่าอุ้มไหใบโต”

 

ลำดับที่  94.  “ข้าวลีบงวงตั้ง   ข้าวเต้งงวงก๊อม”

อ่าน  (-ข้าว-ลีบ-งวง-ตั้ง///ข้าว-เต้ง-งวง-ก๊อม-)

หมายถึง.....คนโง่มักจะเย่อหยิ่ง จองหอง คนฉลาดจะนอบน้อมถ่อมตน

กำบ่าเก่าจึงว่า     “ข้าวลีบงวงตั้ง  ข้าวเต้งงวงก๊อม”  

การนำไปใช้        ควรนอบน้อมถ่อมตน

เทียบสำนวน  สุภาษิต  คำพังเพย ไทยกลาง   “เป็นผู้น้อยค่อยก้มประนมกร///ความขยัน ประหยัด อตทน นอบน้อมถ่อมตน  จะทำให้คนประสบความสำเร็จ”

เทียบเคียงกำบ่าเก่า-คำไทยกลาง   “ข้าวลีบงวงตั้ง   ข้าวเต่งงวงค้อม”

ลำดับที่  95.  “ข้าดีต้านบ่ขาย”  อ่าน  (-ข้า-ดี-ต้าน-บ่อ-ขาย-)

หมายถึง.....คนประพฤติตนดี  มีความกตัญญู  ย่อมเป็นที่รักของผู้อื่น 

กำบ่าเก่าจึงว่า     “ข้าดีต้านบ่ขาย” 

การนำไปใช้  ให้ยึดมั่นในการทำดี เป็นเด็กควรทำตัวน่ารัก  ไม่เกเร จะได้เป็นที่รักของผู้คนทั่วไป             ในสมัยก่อนข้าทาสที่มีความจงรักภักดี  เจ้านายจะไม่นำไปขายต่อ  จะเมตตาเลี้ยงไว้

เทียบสำนวน  สุภาษิต  คำพังเพย ไทยกลาง   “ค่าของคนอยู่ที่ผลของงาน ”

เทียบเคียงกำบ่าเก่า-คำไทยกลาง    “ข้าทาสดีท่านไม่ขาย”

ลำดับที่  96. “ข้าเก่าเต่าฮ้าย    เสือควายมีเขา    จักเข็บแมงเวา    เลี้ยงไว้บ่ได้     จายคาเฮือน   

กับแคร่ขี้ใต้    บ่ดีควรร่วมชิด

อ่าน  (-ข้า-เก่า-เต่า-ฮ้าย///เสือ-ควาย-มี-เขา//จัก-เข็บ-แมง-เวา///เลี้ยง-ไว้-บ่อ-ได้///จาย-คา-

เฮือน///กับ-แค่-ขี้-ไต้///บ่อ-ดี-ควน-ร่วม-ชิด-)

หมายถึง......ข้าทาสบริวารในบ้าน หรือสัตว์มีเขี้ยวมีงา  สัตว์มีพิษ ไม่ควรให้ความไว้วางใจ  

กำบ่าเก่าจึงว่า   “ข้าเก่าเต่าฮ้าย    เสือควายมีเขา  จักเข็บแมงเวา  เลี้ยงไว้บ่ได้  จายคาเฮือน  กับแคร่ขี้ใต้     บ่ดีควรร่วมชิด” 

การนำไปใช้      ระวังอันตรายที่จะเกิดจากการไว้วางใจผู้ใกล้ชิดหรือไม่ระวังสัตว์ร้าย  สัตว์มีพิษ

เทียบสำนวน  สุภาษิต  คำพังเพย ไทยกลาง   “ช้างสาร งูเห่า  ข้าเก่า  เมียรัก”

เทียบเคียงกำบ่าเก่า-คำไทยกลาง  “ข้าทาสที่อยู่มานาน  เสือ  ควาย  ตะขาบ  แมงป่อง ให้ระวังอันตราย   อีกทั้งชายคา(สมัยก่อนบ้านเรือนมุงด้วยหญ้าคา)กับไม้แคร่ติดไฟอย่าได้นำมาใกล้กัน

ลำดับที่  97.  “ข้าวลีบมันตึงบ่งอก”  อ่าน  (-ข้าว-ลีบ-มัน-ตึง-บ่อ-งอก-)

หมายถึง.....คนขี้เกียจสันหลังยาวแม้จะได้รับการสนับสนุนอย่างไรก็ไม่เจริญก้าวหน้า

กำบ่าเก่าจึงว่า    “ข้าวลีบมันตึงบ่งอก” 

การนำไปใช้      อย่าขี้เกียจต้องขวานขวายหาความรู้  ทดแทนคุณบิดามารดา

เทียบสำนวน  สุภาษิต  คำพังเพย ไทยกลาง   “ขุนไม่ขึ้น///ไม่เอาถ่าน”

เทียบเคียงกำบ่าเก่า-คำไทยกลาง  “ข้าวลีบยังไงก็ไม่งอก”

ลำดับที่  98.  “ข้าวสุกไหนไป     ไฟลุกไหนแล่น   บ่ดี”

อ่าน  (-ข้าว-สุก-ไหน-ไป///ไฟ-ลุก-ไหน-แล่น///บ่อ-ดี-)

หมายถึง.....คนเห็นแก่ตัว   เห็นแก่ได้  เห็นแก่กิน

นแกหัเห็นยแก่ได้  เห็นแก่กินเกำบ่าเก่าจึงว่า    “ข้าวสุกไหนไป ไฟลุกไหนแล่น บ่ดี”            

การนำไปใช้       ควรทำตนเหมาะสมอย่าให้ผู้อื่นดูถูกเหยียดหยาม เพราะเห็นแก่ได้  เห็นแก่กิน

เทียบสำนวน สุภาษิต คำพังเพย ไทยกลาง  “เห็นแก่กิน”

เทียบเคียงกำบ่าเก่า-คำไทยกลาง    “ข้าวสุกที่ไหนไป  เขาก่อไฟรีบไปรอ    ไม่ดี”

40.รั้งไว้บ้าง

           ความต้องการ คือความอยากได้ของมนุษย์เรานั้น    ท่านเปรียบว่าเหมือนไฟที่ไม่อิ่มเชื้อ   เข้าไปเถิดเท่าไรๆไฟก็ไหม้เป็นเถ้าถ่านไปหมด    ไม่มีเหลือ ตรงกันข้าม    กับทำให้ไฟนั้นลุกโพรงรุ่งโรจน์ยิ่งขึ้นไปอีก     ความอยากได้ ความต้องการของมนุษย์เล่าก็เป็นเช่นนั้น      หาสิ่งที่ต้องการปรนเปรอเท่าไรก็ไม่เพียงพอ     ยิ่งป้อนก็ยิ่งอยากได้         เคยได้ 1 อยากได้ 2 และ 3  จนกระทั่งไม่มีจำนวนเลขที่จะนับ   พุทธภาษิตข้อหนึ่งว่า  นตถิ    ตณหาสมา  นที        แม่น้ำก็ไม่เท่าความตัณหาอยากได้     แม่น้ำเป็นที่รวมแม่น้ำหลายๆสายที่ไหลจากแควและลำธารต่างๆได้ตลอดทุกฤดูหรือจะพูดให้ตรงกับความหมายก็คือมหาสมุทรอันกว่างใหญ่ไม่มีวันเต็ม ไม่มีวันพอ      ยิ่งเต็มยิ่งพร่อง   อยากได้นั้นพร่องอยู่เป็นนิตย์

        ใครปล่อยที่เป็นทาสของตัณหา    ความพยายามอยากจนหมดตัว    คือสนองความอยากได้ให้ครบถ้วนแล้ว     วันหนึ่งจะต้องเศร้าใจ เพราะความอยากได้นั้นตอบสนองเหมือนชูชกที่สนองความอยากของปากจนท้องแตกตายผูกรั้ง    เหนี่ยว   หรือยึด   ความอยากไว้กับหลักเสียบ้าง   ตัดมันไม่ขาดก็อยากเป็นมื้อเป็นคราว อย่าปล่อยใจให้อยากได้ตะพึดตะพือ

เว็บการศึกษา

1.ห้องเรียนแห่งคุณภาพ

38.พืชไมตรี

           พอฝนโชยบ่อยครั้งติดๆกัน   พื้นดินก็ฉ่ำชุ่มด้วยน้ำฝน   บรรดาพืชและต้นไม้ต่างๆที่อับเฉาและเหี่ยวแห้งมาแต่เมื่อแล้ง    ก็กลับฟื้นงอกงามขึ้นใหม่  ต่างแทงหน่อแตกใบสีสดเขียวสลอนไปหมด น่าดู  น่าชม    พืชงอกเพราะน้ำ    พืชงามเพราะฝน   ถ้าขาดน้ำไร้ฝนเสียแล้วก็ยากที่จะงอกและงามขึ้นด้วย

          พืชอีกชนิดหนึ่ง  ซึ่งต้องอาศัยน้ำอีกเหมือนกัน แต่เป็น “ น้ำใจ”     ไม่ใช่น้ำฝน  “ปลูกไมตรีอย่ารู้ร้างสร้างกุศลอย่ารู้โรย” ดังนี้เป็นต้น

           การปลูกไมตรีได้แก่    คิดหวังดี มุ่งดี   ปรารถนาดี   เพื่อให้ผู้อื่นเป็นสุขโดยเว้นจากการเบียดเบียนมุ่งร้ายเขา

           ผู้มีจิตเปี่ยมด้วยเมตตา  มากไปด้วยไมตรี ย่อมสร้างแต่มิตรไว้รอบตัว หรือปลูกมิตรไว้ทุกทิศทุกสถาน   จึงมีแต่ผู้รักใคร่นับถือโดยทั่วไป    ไม่มีศัตรูมุ่งชิงชัง และจะมีแต่ความเย็นใจเนืองนิตย์ อันเกิดจากพืชไมตรีที่ตนปลูกไว้อย่างงอกงามแล้วให้ผลนั่นเอง

อตฺถมฺหิ     ชาตมฺหิ  สุขา  สหายา  เมื่อความต้องการเกิดขึ้น  สหายเป็นผู้นำสุขให้ ( มูลนิธิ  ก.ศ.ม.)