โคลงโลกนิติ

๐ อัญขยมบรมนเรศเรื้อง
พระผ่านแผ่นไผททรง
แสวงยิ่งสิ่งสดับองค์
หวังประชาชนให้

รามวงศ์
สืบไท้
โอวาท
อ่านแจ้งคำโคลง

 

 

๐ ครรโลงโลกนิตินี้
มีแต่โบราณกาล
เป็นสุภษิตสาร
กลดั่งสร้อยสอดคล้อง

นมนาน
เก่าพร้อง
สอนจิต
เวี่ยไว้ในกรรณ

 
สมเด็จกรมพระยาเดชาดิศร

 

บทที่ ๒๑

๐ นาคีมีพิษเพี้ยง
เลื้อยบ่ทำเดโช
พิษน้อยหยิ่งโยโส
ชูแต่หางเองอ้า

สุริโย
แช่มช้า
แมลงป่อง
อวดอ้างฤทธี

 

บทที่ ๒๗

๐ หมาใดตัวร้ายขบ
อย่าขบตอบต่อหมา
ทรชนชาติช่วงทา-
อย่าโกรธอย่าหน้าบึ้ง

บาทา
อย่าขึ้ง
รุณโทษ
ตอบถ้อยถือความ

 

บทที่ ๓๗

๐ ภูเขาอเนกล้ำ
บ่มิหนักแผ่นธรณี
หนักนักแต่กระลี
อันจักทรงทานได้

หากมี
หน่อยไซร้
ลวงโลก
แต่พื้นนรกานต์

 

บทที่ ๓๙

๐ ห้ามเพลิงไว้อย่าให้
ห้ามสุริยแสงจันทร์
ห้ามอายุให้หัน
ห้ามดั่งนี้ไว้ได้

มีควัน
ส่องไซร้
คืนเล่า
จึ่งห้ามนินทา

 

บทที่ ๔๓

๐ ดารามีมาร้อย
บ่เปรียบกับดวงจันทร์
คนพาลมากอนันต์
จะเทียบเท่าปราชญ์ไซร้

ถึงพัน
หนึ่งได้
ในโลก
ยากแท้ฤาถึง

 

บทที่ ๔๘

๐ มีอายุร้อยหนึ่ง
ศีลชื่อปัญจางค์จัก
ขวบเดียวเด็กรู้รัก
พระตรัสสรรเสริญผู้

นานนัก
ไป่รู้
ษานิจ ศีลนา
เด็กนั้นเกิดศรี

 

บทที่ ๕๖

๐ สดับธรรมหน่อยหนึ่งอ้าง
หมายมาดปรีชาแรง
เฉกกบกับบ่อแฝง
นึกน่านน้ำใหม่โอ้

อวดแถลง
รับโต้
เมินสมุทร ไฉนแฮ
อวดล้นเหลือแสน

 

บทที่ ๕๗

๐ รูปชั่วมักแต่งแกล้ง
ใจขลาดมักอาจอง
น้ำพร่องกละออมคง
เฉาโฉดโอษฐ์อวดสู้

เกลาทรง
อวดสู้
กระฉอก ฉานนา
ว่ารู้ใครเทียม

 

บทที่ ๖๗

๐ เสียสินสงวนศักดิ์ไว้
เสียศักดิ์สู้ประสงค์
เสียรู้เร่งดำรง
เสียสัตย์อย่าเสียสู้

วงศ์หงส์
สิ่งรู้
ความสัตย์ ไว้นา
ชีพม้วยมรณา

 

บทที่ ๗๕

๐ พระสมุทรสุดลึกล้น
สายดิ่งทิ้งทอดวา
เขาสูงอาจวัดวา
จิตมนุษย์นี้ไซร้

คณนา
หยั่งได้
กำหนด
ยากแท้หยั่งถึง

 

บทที่ ๘๖

๐ รักกันอยู่ขอบฟ้า
เสมออยู่หอแห่งเดียว
ชังกันบ่แลเหลียว
เหมือนขอบฟ้ามาป้อง

เขาเขียว
ร่วมห้อง
ตาต่อ กันนา
ป่าไม้มาบัง

 

บทที่ ๙๐

๐ รำฟ้อนสุนทรด้วย
ร้องขับศัพท์เสน่หา
ปล้ำมวยด้วยแรงอา
รักชังทั้งนั้นแล้

รูปา
โสตแท้
ยุศมโยพ
เล่ห์ลิ้นพาที

 

บทที่ ๑๐๒

๐ ผจญคนมักโกรธด้วย
ผจญหมู่ทรชนดี
ผจญคนจิตโลภมี
ผจญอสัตย์ให้ยั้ง

ไมตรี
ต่อตั้ง
ทรัพย์เผื่อ แผ่นา
หยุดด้วยสัตยา

 

บทที่ ๑๐๓

๐ รบศึกชนะได้
รบแม่เรือนตัวยง
รบใจชักให้คง
ถือว่าผู้นั้นแล้

ในณรงค์
ขยาดแพ้
ความสัตย์
เลิศล้ำชายชาญ

 

บทที่ ๑๑๐

๐ ช้างม้าเมียมิ่งแก้ว
ตัวมิตายจักปอง
ชีวิตสิ่งเดียวของ
ใช่ประทีปเทียนไต้

เงินทอง
ย่อมได้
หายาก
ดับแล้วจุดคืน

 

บทที่ ๑๑๓

๐ ปางน้อยสำเหนียกรู้
ครั้นใหญ่ย่อมหาทุน
เมื่อกลางแก่แสวงบุญ
ยามหง่อมทำใดได้

เรียนคุณ
ทรัพย์ไว้
ธรรมชอบ
แต่ล้วนอนิจจัง

 

บทที่ ๑๒๓

๐ พลอดนักมักพลาดพลั้ง
หาญนักมักชีวิต
ตรองนักมักเสียจริต
รักนักมักหลงด้วย

พลันผิด
มอดม้วย
จักคลั่ง
เล่ห์ลิ้นลมหญิง

 

บทที่ ๑๓๒

๐ อย่าโกรธโทษทั่วไท้
อย่าโทษสถานพฤกษา
อย่าโทษท้าวพรหมา
โทษที่กรรมก่อนสร้าง

เทวา
ย่านกว้าง
เล็งโลก
หากให้เป็นเอง

 

บทที่ ๑๓๔

๐ แม้นมีตัวใหญ่เพี้ยง
สูงเจ็ดลำตาลสา-
พงศ์พันธุ์เผ่าจันทรา
ครั้นว่าไรทรัพย์แล้

ภูผา
มารถแท้
สุริเยศ ก็ดี
ทั่วหล้าฤาเห็น

 

บทที่ ๑๓๖

๐ แม้มีเนตรพ่างเพี้ยง
มีวิชารู้หลัก
ปัญญายิ่งยศศักดิ์
รู้เท่าใดฤๅพ้น

พันจัก ษุแฮ
เลิศล้น
ลือทั่ว ภพนา
พ่ายแพ้ความตาย

 

บทที่ ๑๖๘

๐ ธรรมดายาโรคร้อน
กินก็บำบัดลม
คนซื่อกล่าวใครชม
จริงไป่จริงนั้นไซร้

รสขม
และไข้
ว่าชอบ หูแฮ
ผ่านหน้านานเห็น

 

บทที่ ๑๖๙

๐ โทษท่านผู้อื่นเพี้ยง
ปองติฉินนินทา
โทษตนเท่าภูผา
ป้องปิดคิดซ่อนเร้น

เมล็ดงา
ห่อนเว้น
หนักยิ่ง
เรื่องร้ายหายสูญ

 

บทที่ ๑๗๓

๐ ทวยตื่นคืนค่ำนั้น
ล้าล้ำเที่ยวทางปาน
พาลพวกท่องสงสาร
เพราะบ่เห็นธรรมหน้า

ยลนาน
โยชน์ช้า
ยาวยืด นักแฮ
พิศโพ้นนฤพาน

 

บทที่ ๑๘๓

๐ นกน้อยขนน้อยแต่
รังแต่งจุเมียผัว
มักใหญ่ย่อมคนหวัว
ทำแต่พอตัวไซร้

พอตัว
อยู่ได้
ไพเพศ
อย่าให้คนหยัน

 

บทที่ ๑๘๔

๐ เห็นท่านมีอย่าเคลิ้ม
เรายากหากใจงาม
อุตส่าห์พยายาม
เอาเยี่ยงอย่าเพื่อนบ้าน

ใจตาม
อย่าคร้าน
การกิจ
อย่าท้อทำกิน

 

บทที่ ๑๘๖

๐ การใดตรองผิดไซร้
เอาสิ่งนั้นตรองขัด
หนามยอกสิ่วแคะคัด
หนามต่อหนามนั้นแล้

เสียถนัด
คิดแก้
ฤๅออก
เขี่ยได้คืนถอน

 

บทที่ ๑๙๐

๐ เขาบ่เรียกสักหน่อยขึ้น
ท่านบ่ถามเจรจา
ยกตนอหังการ์
สามลักษณะนี้ผู้

เคหา
อวดรู้
เกินเพื่อน
เผ่าร้ายฤๅมี

 

บทที่ ๒๐๖

๐ เมียท่านพิศพ่างเพี้ยง
ทรัพย์ท่านเหมือนดังยา
รักสัตว์เท่าชีวา
ตรองดั่งนี้พลันย้าย

มารดา
พิษร้าย
ปานเปรียบ
ยาตรเยื้องเมืองสวรรค์

 

บทที่ ๒๐๙

๐ คนใดฟังอรรถแล้ว
บ่ตริตรองนึกหมาย
บ่ถามไต่อุบาย
ปราชญ์ว่าผู้นั้นไซร้

บ่ขวาย ขวนนา
มั่นไว้
เติมต่อ
ใช่เชื้อเมธา

 

บทที่ ๒๑๑

๐ แม้มีทรัพย์ยิ่งทั้ง
พ่อแม่แก่ชรา
เป็นสุขแต่อาตมา
จักฉิบหายวายเพี้ยง

ยศถา
บ่เลี้ยง
บริโภค
โทษท้าวลงทัณฑ์

 

บทที่ ๒๑๒

๐ คนใดใจฉลาดด้วย
เห็นแก่เฒ่าพฤฒา
สรรเสริญทั่วโลกา
ในปรโลกจักได้

ปัญญา
กราบไหว้
คนดั่ง นี้นา
สู่ฟ้าเสวยสวรรค์

 

บทที่ ๒๑๖

๐ คนร้ายมักชอบร้าย
สอนสั่งสิ่งความดี
ดุจเกลือทอดนที
เสพที่ชั่วเชือนไซร้

ราคี
บ่ได้
สูญเปล่า
ทราบแจ้งใจมัน

 

บทที่ ๒๒๑

๐ ปราชญ์ใดเรืองรู้ยิ่ง
กล่าวมธุรสธรรมา
น้ำจิตอสัตยา
คือดั่งดวงแก้วตั้ง

วิทยา
ห่อนพลั้ง
ยลยาก
แต่งไว้เรือนโจร

 

บทที่ ๒๒๔

๐ น้ำบ่มีจิตรู้
ไม้คดเขาทำศร
บัณฑิตทราบสุนทร
สอนสั่งอาตมให้

ไหลจร
ซื่อได้
โอวาท
อ่อนด้วยใจเอง

 

บทที่ ๒๓๐

๐ เย็นกายรอบร่มไม้
เย็นญาติบิดุรมารดา
ร่มครูร่มพระยา
ร่มพระเจ้าจอมหั้น

ใบหนา
กว่านั้น
เย็นยิ่ง ยิ่งพ่อ
แห่งห้องนฤพาน

 

บทที่ ๒๓๖

๐ ศาสตร์ใดจะล้ำเท่า
ทรัพย์สิ่งใดไกรทาน
รักใดจักปูนปาน
สุขสิ่งใดจักได้

ธรรมาน
ที่ให้
รักสัจ ศีลนา
สุขเพี้ยงนฤพาน

 

บทที่ ๒๔๐

๐ อุบลอุบัติเบื้อง
แก้วเกิดแต่ผานิยม
ช้างเผือกเกิดในพนม
ปราชญ์ประยูรยากไร้

เปือกตม
ชอบใช้
ไพรพฤกษ์
ทั่วหน้านับถือ

 

บทที่ ๒๕๕

๐ คราวดีมีเพื่อนพ้อง
ยืนนั่งไต่ตอมถาม
คราวทุกข์ฉุกเฉินความ
เพื่อเล่นเจรจาน้อย

พรูตาม
ถี่ถ้อย
มีโทษ
หนึ่งนั้นฤๅมี

 

บทที่ ๒๕๖

๐ คนใดเดิมแม้ว่า
หลายคาบแค้นเคี่ยวขับ
ภายหลังมาตรแม้นกลับ
จงประหยัดอย่าง่าย

เวรกับ ตนนา
คิดร้าย
เป็นมิตร ก็ดี
ค่ำเช้าคอยเชิง

 

บทที่ ๒๗๒

๐ ยศศักดิ์จักเกิดด้วย
ภัยเกิดเพื่อผลกรรม
ติเตียนแลจองจำ
ใครจักเว้นแวะได้

บุญทำ
ก่อนให้
กรรมก่อน เองนา
ทั่วท้องโลกา

 

บทที่ ๒๗๔

๐ เชื้อไพร่บุญปลุกขึ้น
พาลบุตรรู้มลักหลาย
โหดไร้พร่ำขวนขวาย
สามเหล่านี้พึงรู้

เป็นนาย
เลิศผู้
ทรัพย์มั่ง มีแฮ
อย่าได้ดูเบา

 

บทที่ ๒๗๗

๐ ทรัพย์สินบุรุษน้อย
สัตว์พึ่งดุจวารี
มีมั่งคั่งโภคี
จักพึ่งฤๅเท่าก้อย

หนึ่งมี
บ่อน้อย
พาลพวก นั้นนา
ดุจน้ำในชเล

 

๒๘๓

๐ อย่าเอื้อมเด็ดดอกฟ้า
สูงสุดมือมักตรอม
เด็ดแต่ดอกพยอม
สูงก็สอยด้วยไม้

มาถนอม
อกไข้
ยามยาก ชมนา
อาจเอื้อมเอาถึง

 

บทที่ ๒๘๕

๐ ถึงจนทนสู้กัด
อย่าเที่ยวแล่เนื้อเถือ
อดอยากเยี่ยงอย่างเสือ
โซก็เสาะใส่ท้อง

กินเกลือ
พวกพ้อง
สงวนศักดิ์
จับเนื้อกินเอง

 

บทที่ ๒๘๗

๐ ใบบัวฝนตกน้ำ
ลูกข่างวางบนหลัง
เสาหลักปักอยู่ยัง
คนบ่แม่นถ้อยอ้า

ขาดขัง
มิ่งม้า
กองแกลบ นาพ่อ
พูดแล้วโอนเอน

 

บทที่ ๒๙๔

๐ อย่าชักน้ำน่านเข้า
อย่าแนะเศิกศัตรู
ไฟในอย่าเชิดชู
ไฟนอกอย่านำเข้า

คลองคู
สู่เหย้า
นำออก
หม่นไหม้มัวหมอง

 

บทที่ ๓๑๖

๐ สูงสารสี่เท้าย่าง
บางคาบเชี่ยวไปพลัน
นักรู้ร่ำเรียนธรรม์
กล่าวดั่งน้ำผลั้งผลั้ง

เหยียบยัน
พลวกพลั้ง
ถึงมาก ก็ดี
พลาดถ้อยทางความ

 

บทที่ ๓๒๐

๐ สิกขาบทยิ่งล้ำ
เป็นพิษแก่อลัชชี
คุณธรรม์สิ่งสรรพ์ดี
เป็นพิษแก่พาลแล้

คัมภีร์
โฉดแท้
ในโลก
ห่อนได้สดับจำ

 

บทที่ ๓๒๕

๐ มีม้าบ่ขี่ให้
ปืนไป่ยิงมลทิน
ข้าไทบ่ใช้ชิน
เมียไม่หมั่นร่วมห้อง

อาจิณ พยศแฮ
ท่วมกล้อง
มันมัก หน่ายนา
มักร้ายราคี

 

บทที่ ๓๔๙

๐ เรือนใดย่ำค่ำเช้า
ปราศจากไฟชวาลา
เรือนนั้นดั่งมรณา
อันตรายจักหุ้ม

สนธยา
มืดคลุ้ม
นฤชีพ
ห่อนได้จำเริญ

 

บทที่ ๔๙๖

๐ นารีเสาวภาครูป
ชายมีความรู้สรรพ
พราหมณ์รู้เวทยานับ
ภิกษุเกิดทรัพย์ไซร้

เป็นทรัพย์
ทรัพย์ได้
ว่าทรัพย์ พราหมณ์นา
เพื่อรู้ธรรมา

 

บทที่ ๔๙๗

๐ ห้าวันเว้นหัดซ้อม
เจ็ดวันเสียษาศิลป
เดือนหนึ่งจากเมียผิน
ครูจากกึ่งเดือนได้

เสียพิณ พาทย์แฮ
น่าไม้
พักตร์อื่น ไปนา
ศิษย์นั้นโลเล

 

บทที่ ๕๐๐

๐ นกลอดหลุดบ่วงแร้ว
ชีหลีกหลายอาราม
สตรีเตร่จิตตาม
อย่าประมาทใช่เล่น

ราวสาม คาบนา
เร่เร้น
ชายสี่ สามแฮ
มากด้วยมารยา

 

บทที่ ๕๐๓

๐ ผัวแสวงสมบัติได้
เมียมิ่งคู่สมสอง
ชายเป็นประธานกอง
หญิงเก็บกลสืบได้

โดยปอง
เก็บไว้
กอบทรัพย์ นะแม่
สอดร้อยรูเข็ม

 

บทที่ ๕๒๘

๐ พลขลาดไป่อาจสู้
ดาษดัสกรฤๅขาม
ดุจเพลิงบ่ลุกลาม
นานนิ่งบ่ติดไหม้

สงคราม
เดชไท้
เหตุลับ ลมแฮ
มอดม้วยดับเอง

 

บทที่ ๕๙๒

๐ สุขใดไป่สุขเถ้า
พ้นจากแก่งกันดาร
คือชาติชราพยาธิกาล
สร้างกุศลใดให้

นฤพาน
สี่ได้
มรณะ ทุกข์แฮ
มุ่งแม้นเมืองเขษม