ส่งรายชื่อหนังสือที่ต้องการ

พร้อมแจ้งวัน  เวลาที่ชำระเงิน

พร้อมที่อยู่เพื่อการจัดส่ง

มาที่  This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.

หรื่อโทร    0861919345

 บัญชีออมทรัพย์

ชื่อบัญชี     นายเติมศักดิ์    สุวรรณ

ธนาคาร

สาชา

เลขบัญชี

ไทยพาณิชย์

เชียงคำ

407-686249-2

กสิกรไทย

เชียงคำ

165-2-31208-6

กรุงไทย

เชียงคำ

534-1-05029-0

ธกส

เชียงคำ

020043161675

                            คร่าว, ฅ่าว (อ่านว่า "ค่าว")

                    เป็นฉันทลักษณ์ที่ชาวบ้านล้านนานิยมใช้กันมากที่สุด ดังจะเห็นได้จากการใช้คำประพันธ์ประเภทนี้อย่างกว้างขวาง คือใช้ในการแต่ง

          - คร่าวก้อม ซึ่งเป็นโวหารที่กินใจ หรือ สุภาษิตสั้นๆ ที่มักใช้ประกอบการสนทนา

          - คำคร่าวคำเครือ เป็นสำนวนแบบฉบับที่หนุ่มสาวใช้เจรจาเป็นโวหารรัก

          - คร่าวใช้ เป็นจดหมายที่มีไปมาระหว่างหนุ่มสาว เทียบได้กับเพลงยาวของภาคกลาง

          - คร่าวร่ำ ใช้พรรณนาเหตุการณ์ต่างๆ คล้ายกับจดหมายเหตุ เช่น คร่าวร่ำน้ำนอง คร่าวร่ำครัวทานสลากย้อม คร่าวร่ำครูบาศรีวิชัย

          - คร่าวธัมม์ ใช้ในการแต่งเรื่องชาดก ซึ่งมีลักษณะคล้ายเรื่องประเภท จักรๆวงศ์ๆ เพื่ออ่านและเล่าสู่กันฟังทั่วไป เช่นหงส์หิน เจ้าสุวัตรนางบัวฅำ ก่ำกาดำ เป็นต้น

          คร่าว 1 บท มี 3 บาท (3 บรรทัด) บาทละ 4 วรรค โดยในบทเริ่มต้นจะแตกต่างจากบทที่สองและต่อๆไป ผู้แต่งสามารถแต่งคร่าวได้โดยไม่จำกัดความยาว

แต่ในกรณีที่แต่ง คร่าวร่ำ คร่าวใช้ และ คร่าวธัมม์ หรือ วรรณกรรมชาดก ที่นำมาแต่งด้วยคร่าวนั้น มักจะลงท้ายด้วยโคลงสอง

 

 

ผังค่าวแบบที่ 1

จากหนังสือวรรณกรรมล้านนา ของ ศาสตราจารย์ ดร. อุดม รุ่งเรืองศรี

บทแรก 3 บรรทัด บทต่อๆไป ใช้เหมือนบทที่สอง

 

 

 

ผังค่าวแบบที่ 2

จากกระทู้สอนค่าวของอาจารย์พูนอุดม คนเขลางค์

 

ผังค่าวบทที่ 1-2

(สีเขียวแทนเสียงสามัญ)

 

 

ตัวอย่างค่าวบทที่ 1 
“ สะหลียินดี หมู่พี่หมู่น้อง ที่มาอ่านถ้อง ค่าวซอเป๋นสาย 
หลายเมืองแท้นั้น เมืองน่านมาก๋าย เชียงใหม่เชียงราย มาร่วมสืบสร้าง 
ตึงแม่ฮ่องสอน เมืองแพร่เคียงข้าง เชิญชวนหมู่เฮา พร้อมพรัก ” 

ตัวอย่างค่าวบทที่ 2

“ ลำพูนลำปาง ก็ว่างมาทัก พะเยาร่วมเข้า มาไจ 
มาแต่งค่าวจ๊อย ม่วนงันหัวใจ๋ เชิญมาทางใน หมั่นแวะหมั่นเข้า 
ค่าวซอของเฮา ตึงดีแท้เจ้า มาเต๊อะเชิญมา ช่วยค้ำ ” 

 

 

ผังค่าวบทสุดท้าย

 

 

 

 

ตัวอย่างค่าวบทสุดท้าย

” แต่งหื้อม่วนงัน บ่มีชอกช้ำ มาแต่งค่าวสร้อย ซอใย
ก็ขอลาไป สุดปล๋ายเท่าอี้ เท่านี้สู่กั๋นฟัง ก่อนแลนายเหย. ”

 

ผังค่าวแบบที่ 3

เป็นแบบที่กำหนดการสัมผัสมากที่สุด เส้นสีแดงกับสีน้ำเงิน สามารถเลือกสัมผัสคำใดคำหนึ่งก็ได้

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ผู้หญิงมีหลายแบบ

 

1.แม่ญิง   หมายถึง   ผู้หญิงสมบูรณ์แบบ   ชายใดได้มาเป็นคู่ครองเขาย่อมโชคดีตลอดชาติ มีกิริยามารยาทเรียบร้อย  รู้หลัก   “เรือน  3  น้ำ  4”   ประกอบด้วย  1.เรือนผม  มีความเรียบร้อย สะอาดสวยงามไม่ยุ่งรุงรัง  2.เรือนกาย  สวมใส่เสื้อผ้ามิดชิด  อาบน้ำชำระร่างกายสะอาดสะอ้านไม่เป็นคนสกปรก   3.เรือนบ้าน  ดูแลรักษาบ้าน  จัดข้าวของเป็นระเบียบ  ปัดกวาดเช็ดถูให้ดี   น้ำ  4   คือ  1. น้ำคำ   มีคำพูดที่สุภาพ พูดจาไพเราะ  มีมธุรสวาจา  ไม่จาบจ้วงหยาบคาย 2.น้ำใจ   มีความกรุณา  ปราณี  โอบอ้อมอารี  เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่   3. น้ำใช้  มีน้ำใช้ในครอบครัวอย่างพอเพียง (สมัยก่อนต้องตักน้ำจากบ่อมาใส่ตุ่มใช้ทั้งบ้าน) 4.น้ำมือ   มีความรู้ความสามารถในการปรุงอาหารทานในครอบครัวได้

2.แม่ยาง  หมายถึง  ผู้หญิงที่ตรงข้ามกับแม่ญิงทุกสิ่งอย่าง

3.แม่มานกล๋างบ้าน หมายถึง  ผู้หญิงไม่รักนวลสงวนตัว   มีท้องโดยไม่รู้ว่าใครเป็นพ่อเด็ก

4.แม่หุมคนพาล    ร่ายรัก   หมายถึง    ผู้หญิงที่ชอบคบพวกนักเลง  ชอบคนพาลเกเร  เพื่อทำให้ตนเองดูเด่นขึ้น

5.แม่จุหลอกผัว    หมายถึง  ชอบโกหกสามีเมื่อทำในสิ่งไม่ดีทั้งหลายทั้งปวง 

6.แม่หนัวจู๊นัก   หมายถึง   ผู้หญิงที่ชอบคบชู้สู่ชาย

7.แม่จั๊กค่าวเจื้อ  ทำเพลง  ย่อมเป๋นแม่ฮ้าง   นักเลงโต๋งเต๋ง  หมายถึง  ผู้หญิงชอบสนุกสนานงานการไม่ทำ  ชอบสถานที่บันเทิง  สุดท้ายก็หย่าร้างกับสามี  กลายเป็นคนสาธารณะใครชวนไปไหนก็ไป  สนุกสนานไปวันๆ

8.แม่คบนักเลง หมายถึง  ผู้หญิงที่มีนิสัยชอบคบนักเลง  ทั้งนักเลงสุรา  การพนัน  อันธพาลทั่วไป

9.แม่แสนปากเหลี้ยม   หมายถึง  ผู้หญิงที่ชอบนินทาว่าร้ายคนอื่น  งานตนเองไม่สนชอบเรื่องชาวบ้าน  (ปากเหลี้ยม  ///ปากเป็นมัน)  อาทิ  ชอบว่าหื้อคนอื่นจ๋นปากปอเหลี้ยม

10.แม่ขวากแม่หลาว แม่หนามแม่เสี้ยน   หมายถึง  ผู้หญิงที่ชอบขัดคอ  ขัดคนอื่น  ขัดแย้งทางความคิดเสมอๆ 

11.แม่นอนหัวเตียง   ข่มฮ้าน   หมายถึง  ผู้หญิงขี้เกียจงานการไม่ทำ   วันๆเอาแต่นอนสบายๆ

12.แม่นกสองหัว   หมายถึง  ผู้หญิงที่เข้าได้ทั้งสอลฝ่าย  เอาความลับฝั่งหนึ่งไปบอกอีกฝ่ายกลับไปกลับมา

  1. แม่บัวสองจั้น หมายถึง ผู้หญิงที่ชอบแสดงบทบาทกลับไปกลับมาได้อย่างฉับไวที่เรียกว่า  เป็นคน  “ตีสองหน้า”

14.แม่แข็งกระด้าง   พรางกำ   หมายถึง  ผู้หญิงไม่มีสัมมาคารวะ  ไม่รู้ที่ต่ำที่สูง  มีเคารพสามีญาติพี่น้อง

15.แม่จุปี้น้อง   ล่อลวงผิดกั๋น  หมายถึง ผู้หญิงชอบยุให้ผู้อื่นขัดแย้งกัน  ให้ผู้อื่นวิวาทกัน 

 16.แม่ไก่หลงฮาง   นอนค้างกล๋างบ้าน   หมายถึง  ผู้หญิงที่ชอบเที่ยวเตร่ไปนอนค้างบ้านผู้อื่นอยู่เนืองๆ  บ้านตนเองไม่อยู่

17.แม่ต่อแม่แต๋น   หมายถึง  ผู้หญิงนิสัยดุร้ายชอบทำร้ายร่างกายผู้อื่น(สามี)

18.แม่ปลิ๋งปากกว้าง   ปากออกไปพลาง  เสียบกั๊ด   หมายถึง ผู้หญิงที่ชอบผลาญสมบัติของครอบครัว  ใช้ของแพง  นานเข้าๆครอบครัวก็ล่ม(สูบกินทรัพย์)

 #//////////////////////

1.แม่ญิง   กุลสตรี

2.แม่ยัง    ใจเย็น  รอก่อน  ยังก่อน  ยังไม่ทำ  ยังไม่ไป ฯลฯอีกความหมายคือคนพิจารณาถ้วนถี่คำนึงถึงเหตุผล  รอโอกาสดีๆค่อยทำ

3.แม่กางก่ายฮั้ว  (คางก่ายรั้วบ้าน)ตาสอดส่ายไปทั่วนอกรั้วบ้าน  เรื่องชาวบ้านเป็นไงสนใจใคร่รู้

4.แม่หัวก่ายข่ม  ขี้เกียจนอนทั้งวันทั้งคืน

5.แม่จ่มบ่แล้ว   บ่น  บ่น  บ่น  แล้วก็บ่น  สามวันเจ็ดวันไม่ซ้ำกัน

6.แม่แก้วลืมคอน   คนลืมตัว

7.แม่นอนกล๋างบ้าน   เอาบ้านคนอื่นเป็นบ้านตนเอง  นอนค้างไปทั่ว  ไม่เกรงใจใคร

 

คนแก่มีหลายชนิด

1.แก่เหนียวหัวหวาย หมายถึง    คนแก่มีความรู้ความสามารถเป็นที่รักใคร่ของลูกหลาน

2.แก่แดดดายดอก หมายถึง คนแก่ที่ไม่ทำตนเป็นประโยชน์ต่อครอบครัวต่อสังคม เรียกว่าแก่เหียบ่ดอกบ่ดาย(แก่ไร้ค่า)

3.แก่หยอกลูกหลาน  หมายถึง  คนแก่ที่ทำหน้าที่เลี้ยงดูลูกหลานในบ้านไปวันเพราะอายุมากแก่แล้วอาศัยช่วยงานเลี้ยงดูลูกหลานเล็กๆน้อยๆในครอบครัว

4.แก่หาญแต่ป่า หมายถึง  คนแก่ที่หมกมุ่นในเรื่องความบาปทั้งปวง  อบายมุข  สุราการพนัน

5.แก่ว่าแต่กิ๋น  หมายถึง  คนแก่ที่เห็นแก่กิน 

6.แก่บินค้างคาว หมายถึง  คนแก่ชอบเที่ยวเตร่งานการไม่ทำอาศัยไปเที่ยวตามสถานที่ต่างๆที่มีคามสนุก  แหล่งเริงรมย์

7.แก่บ่าป๊าวเปลือกหนา  หมายถึง คนแก่ที่มีความรู้น้อยนิดอายุมากก็จริงไม่มีประสบการณ์ดังลูกมะพร้าวที่เปลือกหนาข้างในนิดเดียว

8.แก่ต๋าไม้ไผ่ หมายถึง  คนแก่ที่มีความรู้ความสามารถ  ดังตาไม้ไผ่ที่แข็ง

9.แก่ไก่แก่นกเขา หมายถึง   คนแก่ที่หมกมุ่นเรื่องการพนัน  เล่นนกเขา  ชอบชนไก่แนวๆนั้น

10.แก่ชอบดูเงามืด หมายถึงคนแก่ที่ชอบหลับชอบนอน   พอค่ำมาก็จะรีบเข้านอน

11.แก่ฝืดเห็ดลม  หมายถึง คนแก่ที่ชอบคุยโม้  ชอบให้คนมาฟังตนเอง  คนฟังไม่ฟังก็ไม่สนใจ

12.แก่จ๋มแต่โคตร หมายถึง  คนแก่ที่ชอบอวดความดีเด่นดังของวงษาคณาญาติตนเองเท่านั้น

13.แก่โผดนิพปาน  หมายถึง คนแก่ที่ชอบเข้าวัดทำบุญ   ละเว้นความชั่วทั้งปวง

14.แก่ลูกหลานไหว้ หมายถึง  คนแก่ที่มีจริยวัตรการปฏิบัติตนที่ดีลูกหลานให้ความเคารพนับถือ

15.แก่ไข้เปิ้นมาหลาย หมายถึง  คนแก่ที่ชอบออเซาะลูกหลาน  ป่วยนิดๆหน่อยๆก็ว่าเป็นมากต้องให้คนมาเยี่ยมเยอะๆ

16.แก่ผายประโยชน์ หมายถึง  คนแก่ที่เสียสละชอบช่วยเหลือครอบครัว  ผู้อื่น  สังคมรอบข้าง  อำนวยประโยชน์ให้คนรอบข้าง

17.แก่โปรดสุรา    หมายถึง   คนแก่ที่ชอบการดื่มสุราทุกชนิด

18.แก่หามาเตื่อม  หมายถึง  คนแก่ที่ตั้งใจทำมาหากินไว้เผื่อการสะสมให้ลูกหลานในวันหน้า  หามาเพิ่มไว้เรื่อยๆ

19.แก่เหลื๋อมตวยคน  หมายถึง  คนแก่ที่ตามใจผู้อื่น   ไม่ขัดคอใคร  เอาหมู่มากว่าอย่างไรก็ไปตามนั้น

20.แก่ขั้นเหนียว  หมายถึง   คนแก่ที่มีอายุยืน  อาจเป็นเพราะการรู้จักระวังร่างกายดูแลตนเองด้านสุขภาพอย่างสม่ำเสมอตั้งแต่ตอนหนุ่มๆมาแล้วส่งผลให้อายุยืนยาว  เพื่อนๆรุ่นเดียวกันอาจล้มหายตายจากไปหมดเหลือคนเดียวที่ยังอยู่  ดังไม้ผลที่ขวั้นมันเหนียวไม่ยอมหล่นจากต้นง่ายๆแม้ลมพายุแรงๆพัด

 

 

 

ผู้ชายมีหลายประเภท

ผู้ชายมีหลายประเภท

1.ป้อจาย  หมายถึงชายผู้มีลักษณะครบถ้วนของชายชาตรี  ทั้งกาย มีร่างกายเหมาะสมสง่า   มีวาจาที่สุภาพต่อผู้คน    มีจิตใจที่มีคุณธรรมครบถ้วน เรียกว่าสมศักดิ์ชายชาตรี   หรือ  ลูกผู้ชายตัวจริง

2.ป้อจ๊า   หมายถึง  ชายที่มีนิสัยเฉื่อยชา   ขาดความกระตือรือร้นในหน้าที่การงานหรือเรื่องราวต่างๆ  ใจเย็นเกินไป  (จ๊า  เป็นคำเมือง  หมายถึง   ช้า)

3.ป้อถ้ากิ๋นกับเมีย หมายถึง ชายผูที่มีครอบครัวแทนที่จะตั้งหน้าตั้งตาทำมาหากินเลี้ยงลูกเมียกลับไม่ยอมทำงานการใดๆ  ขี้เกียจ  ปล่อยให้ภรรยาออกไปทำงานสารพัด หาเงินหาทองมาเลี้ยงครอบครัว นอนที่บ้านรอให้เมียหามาให้กิน   (ถ้าเป๋นคำเมือง  หมายถึง  รอ)

4.ป้อต๋าเพรียอุผลิ  หมายถึง ชายที่ทำตัวภายนอกดูเชื่องๆซึมๆไร้พิษสง  แต่ภายในวางแผนคิดการณ์ต่างๆไว้มากมาย  อาทิ ภายนอกดูไม่สนใจโลกเท่าไร  แต่ในใจหวังจะเคลมผู้หญิงสวยๆใสๆอยู่ทุกเมื่อ  (ต๋าเพรีย   คือ  ตาปรือ  ตาหรี่)  ทำตาปรือๆ  ตาหวานเชื่อม  เจ้าชู้

5.ป้อถะหริแอ่วกาด  หมายถึง  คนที่ชอบเที่ยวเตร่  แต่งตัวเก๋  เที่ยวเตร่ไปทั่ว  ไม่ทำงานทำการ  ทำตัวอวดรวย  ให้สาวๆสนใจ

6.ป้อน้ำหยาดข้อนก้น หมายถึง   ชายที่มีลักษณะนิสัยเฉื่อยชา   เงียบๆขึรมๆ  ไม่ค่อยพูดจา  คนใจเย็น  ทำอะไรช้าๆเนิบๆ  สมัยก่อนอาจเป็นคนที่สึกมาจากพระทำให้การทำตัวเรียบๆเฉยๆช้าจากที่เคยเป็นพระมาก่อน  คำนี้มาจาก  น้ำที่ติดภาชนะตอนเรากรวดน้ำถวายทาน  ยังมีสิ่งคั่งค้างอยู่  ติดอยู่กับบุคลิกเก่าๆ

7.ป้อน้ำต้นปากกุด   หมายถึง  ชายที่ชอบทำตัวลึกลับ  ไม่ชอบสุงสิงกับใคร  หลบๆซ่อนๆไม่ชอบเปิดเผยตัวเอง  ตอนออกสังคมอาจประหม่า  กลัวสังคม  คำว่า  “ป้อน้ำต้นปากกุด” คือคณโฑที่ใช้ใส่น้ำดื่มเพื่อรับแขกในบ้านสมัยก่อน  เป็นเครื่องปั้นดินเผา  ถ้าตรงปากบิ่น หรือตรงส่วนคอที่ใช้จับหัก ก็นำไปเก็บซ่อนไว้ในที่ลับตาไม่นำมาใช้

8.ป้อสุดขี้เฮือด   หมายถึง ชายขี้เกียจสันหลังยาวไม่สนใจสุขอนามัยตนเอง  คำว่า “ป้อสุดขี้เฮือด”หมายถึงสมัยก่อนตอนกลางคืนบ้านคนทั่วไปแทบทุกหลังคาเรือนไม่มีมุ้งลวด  นอนกลางคืนต้องนอนในมุ้ง (มุ้งคนล้านนาเรียกว่า   สุด)  มักมียุง  เฮือด(ตัวเรือด) มาแอบแฝงเพื่อกัดกินเลือดผู้ที่นอนอยู่ข้างใน  พอรู้ตัวก็บี้ตัวเรือด   ขยี้กับมุ้ง   จนเลือดเปรอะไปทั่วมุ้ง ไม่นำไปซักทำความสะอาดเป็นรอยด่างไปทั่วมุ้ง  จึงเรียกชายประเภทนี้ว่า  “   ป้อสุดขี้เฮือด”  

9.ป้อเดือดเหมือนผี  หมายถึง   ชายเจ้าอารมณ์  เป็นคนไม่มีเหตุผล  ถ้าใครทำอะไรไม่ถูกใจก็บ่น บ่น  บ่นแล้วก็บ่น (มาจากคำที่ว่า  “จ่มเหมือนผีกิ๋นบุกกิ๋นบอน...ต้นบุกหรือต้นบอนถ้านำมากินจะทำให้คันปาก  เรื่องเล่าสนุกๆอาจมีผีไปกิน  จึงคันปาก  ไม่รู้ทำอบ่างไรจึงบ่นพึมพำๆ เรื่อยๆเผื่อจะทำให้หายคันปาก   คนชอบบ่นล้านนาจึงเรียกว่า  จ่มเหมือนผีกิ๋นบุกกิ๋นบอน (บ่น  คนล้านนาว่า   จ่มหรือเดือด(ด่า)  ถ้าใครโดนบ่นก็ว่า  โดนเดือดหรือโดนด่า) 

10.ป้อหนีแสนเตื้อ  หมายถึง  ชายอามรมณ์อ่อนไหว  มีเรื่องทะเลาะนิดหน่อยทะเลาะกับภรรยา   ก็จะหนีไปบ้านพ่อแม่ตนเอง  ทิ้งภรรยาไปที่อื่น  หนีไป  พอหานโกรธก็กลับมาใหม่  วนไป  หรือทำให้ภรรยามาง้อ  ชอบหนี  จึงเรียกว่า   หนีแสนเตื้อ (แสนครั้ง   ..ครั้ง ล้านนาเรียก  ...เตื้อ)

11.ป้อเผื่อขะกู๋ล  หมายถึง  ชายที่รับผิดชอบครอบครัว  ชอบช่วยเหลือต่อทุกคน  ญาติพี่น้องคนในตระกูลตนเอง  ตระกูล  ล้านนาเรียก  ขะกู๋ล)

12.ป้อปู๋นหลายขีด  หมายถึง  ชายที่ขยันทำมาหากิน  สมัยก่อนชายต้องทำงานหาเลี้ยงครอบครัว  ทำนา ทำไร่   ทำได้มากน้อยขนาดไหนก็หาปูนที่กินกับหมาก  มาชีดเขียนทำเครื่องหมายไว้ว่าได้มากน้อยขนาดไหน  ถ้ามีหลายขีดถ้ามีหลายขีดก็แสดงว่าเป็นคนขยัน

13.ป้อตี๊ดหลายก๋อ   หมายถึง  ชายเจ้าชู้มีภรรยาหลายคนได้แล้วทิ้งๆขว้างๆมีลูกแล้วก็ทิ้งไปไม่สนใจดูแล  ไม่รับผิดชอบ

14.ป้อหอหลายจั๊น  หมายถึง   ชายที่มีภรรยาหลายคน  มีบ้านเล็กบ้านน้อย  หาไปเรื่อยๆใช้เงินทองประเคนซื้อมาปรนเปรอตนเอง 

15.ป้อขั้นหลายต๋า  หมายถึง  ชายนิสัยโอบอ้อมอารี  ไม่ลำเอียงไม่เข้าข้างคนใดคนหนึ่ง  ทำตัวเสียสละ  ทำตัวเพื่อส่วนรวม

  1. ป้อหามาเผื่อ หมายถึง ชายที่มองการณ์ไกล   ไม่ประมาทในชีวิต  หาเงินหาทองมาสะสมไว้ใช้เผื่อยามขัดสนจะได้ไม่ขาดแคลน  หาเผื่อไว้ก่อนเพื่อใช้วันข้างหน้า