7. ความซื่อสัตย์สุจริต

               คือ การมีความซื่อตรง มีความซื่อสัตย์ มีความจริงใจต่อผู้อื่น คนเราอยู่ร่วมตัวกันต้องมีความซื่อสัตย์สุจริต และจริงใจต่อกัน ไม่เป็นคนคดในข้องอในกระดูกไม่มีลับลมคมในต่อกัน พูดคำใดต้องมีดังที่พูด ไม่โกหกหลอกลวงกัน ความอย่าง ใจจริงเป็นอย่างไรต้องพูดแสดงออกไปตามความจริง

                  คนซื่อตรงเป็นคนมีเกียติ ผู้อื่นให้ความเคารพและให้การยกย่องว่าเป็นคนดี อาชีพทุกชนิดมีเกียติ คนโกงเป็นบุคคลไม่น่าคบ ความซื่อสัตย์สุจริตที่แสดงออกทั้งกาย วาจา ใจ เป็นสิ่งประเสริฐ

                  ประโยชน์และความสำคัญของความซื่อสัตย์สุจริต ผู้ใดประพฤติปฏิบัติ แต่ความซื่อสัตย์ จะได้รับการยกย่องสรรเสริญว่าเป็นคนมีเกียติได้รับความไว้วางใจ ได้รับการยอมรับและเชื่อถือ

             เป็นคุณธรรมอันสำคัญที่สุดที่ประเทศชาติต้องการ เมื่อประกอบกิจการงานใดก็มีแต่ความเจริญก้าวหน้า หากจะประกอบอาชีพพนักงานลูกจ้างก็เป็นสิ่งที่ต้องการของนายจ้างและบริษัทห้างร้านต่าง ๆ และจะมีความเจริญก้าวหน้าในงานที่ทำอย่างไม่มีที่สิ้นสุด

  1. คนที่มีความซื่อสัตย์สุจริต คือผู้ที่ประสบความสำเร็จและความเจริญก้าวหน้าในอาชีพ เพราะจะได้รับความเชื่อถือความไว้วางใจจากผู้อื่น ส่วนผู้ที่ทุจริตจะต้องถูกจับในวันหนึ่ง หรือถูกสอบสวน แล้วในที่สุดก็โดนไล่ออกหรือมีโทษ
  2. บริษัทและนายจ้างต้องการผู้ที่มีความซื่อสัตย์สุจริตเข้าไปทำงานในหน่วยงานเพราะสามารถทำให้ความไว้วางใจได้ และให้ความเชื่อถือได้ ต่อจากนั้นในอนาคต ผู้นั้นก็จะประสบความสำเร็จในอาชีพ มีความเจริญก้าวหน้า มีคนรักใคร่ชอบพอ
  3. การฝึกมีความซื่อสัตย์สุจริต ตั้งแต่เด็กก่อนวัยเรียนการเตรียมตัวที่จะทำเป็นผู้รับผิดชอบสังคม ประเทศชาติในภายหน้า โดยจะได้รับเกียติแต่งตั้งให้เป็นระดับหัวหน้า เป็นผู้บริหารทั้งภาครัฐบาลและธุรกิจเอกชน
  4. ผู้ไม่มีความซื่อสัตย์สุจริตนอกจากจะไม่ประสบความสำเร็จในชีวิตและยังไม่รับความไว้วางใจและเชื่อถืออีกด้วย เช่นเด็กเลี้ยงแกะ ฯลฯ
  5. ผู้ไม่มีความซื่อสัตย์สุจริต แม้กระทำสิ่งใดบุคคลอื่นไม่รู้ แต่ตนเองย่อมรู้ดีจะหาความสุขในชีวิตไม่ได้ ต้องคอยวิตกกังวลตลอดเวลา

        การมีความซื่อสัตย์สุจริต เป็นคุณธรรมอันประเสริฐและเป็นคุณธรรมพื้นฐานที่ช่วยให้ปฏิบัติคุณธรรมอื่น ๆ ได้สำเร็จเพราะ

  1. ความซื่อสัตย์สุจริต สร้างวินัยถ้ามีความซื่อสัตย์สุจริต วินัย ( ทั้งวินัยในตนเอง และวินัยโดยส่วนรวม ) ก็จะเกิดขึ้น เพราะเราซื่อต่อตนเอง มีความเชื่อในตนเองและจริงใจต่อตนเอง ผู้อื่นเห็นก็พอใจ เคารพยกย่องอยากคบค้าสมาคมด้วย ตลอดจนให้ความไว้วางใจด้วย
  2. มีความซื่อสัตย์สุจริต ช่วยให้การประยัดอดออมสำเร็จ เพราะจะไม่มีการหลอกลวง จะมีความซื่อสัตย์ต่อตนเองและวินัยในตนเอง
  3. มีความซื่อสัตย์สุจริตขจัดปัญหาการคดโกงชาติได้ การคดโกงก็จะไม่มีการเกิดขึ้น ไม่มีการหักหลังกัน ไม่มีการฆ่า ไม่มีการประหัตประหารกันเพื่อประโยชน์ของตนเอง คนในสังคมก็จะมีความจริงใจต่อกัน
  4. มีความซื่อสัตย์สุจริต ครอบครัวจะไม่มีการทะเลาะวิวาทหย่าร้างกัน และสังคมในประเทศชาติมีแต่จะพัฒนารุ่งเรือง

          ความซื่อสัตย์สุจริตจึงถือได้ว่าเป็นอุดมในการสร้างตนเองและสร้างชาติ “มาสร้างนิสัยซื่อสัตย์ตั้งแต่วันนี้เพื่อเป็นคนดีและมีคุณค่า”

          อุปสรรคสำคัญที่ประเทศของเราไม่สามารถพัฒนาให้เจริญก้าวหน้าเหมือนประเทศอื่น ๆ มีสาเหตุหลายประการแต่อุปสรรคที่สำคัญที่สุดคือ คนไทยขาดความซื่อสัตย์สุจริต ขาดความจริงใจต่อประเทศชาติบ้านเมือง เห็นได้จากโครงการต่าง ๆ ที่ผ่านมาในอดีต ส่วนมากเต็มไปด้วยการทุจริต คอรัปชั่นเริ่มตั้งแต่งานประมูลรับเหมาก่อสร้าง สร้างถนน กินถนน สร้างสะพาน กินสะพาน กินอิฐ ปูน ทราย ไม่ว่าจะเป็นป่าไม้ เหมืองแร่ หรือว่ากิจการใด ๆ บ้านเมืองเรามีแต่การโกงกินแบบทั้งนั้น รัฐบาลทุกยุคทุกสมัยก็พยายามป้องกันปราบปรามแต่ยิ่งยุ ตัวอย่างที่เห็นชัดเจน เช่น ป่าไม้ ปราบกันมาตั้งแต่ป่าไม้เต็มประเทศ จนป่านนี้ป่าจะหมดประเทศอยู่แล้ว

        ตรงข้ามกับต่างประเทศ เช่น ญี่ปุ่น สวิสเซอร์แลน อิสราเอล คุณธรรมซื่อสัตย์สุจริตจะส่งเสริมให้เกิดความเจริญในชาติอิสราเอลได้ พัฒนาทะเลทรายจนกลายเป็นพื้นดินที่อุดมสมบูรณ์ และป่าไม้ได้ สำหรับญี่ปุ่นนั้น คุณธรรมที่สำคัญที่สุดคือ ความซื่อสัตย์สุจริต เขาถือเกียรติเป็นสิ่งที่มีค่ามากที่สุด จึงทำให้ญี่ปุ่นเป็นคนที่มีความซื่อสัตย์ต่อกัน รักษาคำพูด รักษาเวลา และมีความรับผิดชอบ

          ประเทศชาติของเราจะพัฒนาก้าวหน้าไปอย่างเต็มที่ และความเจริญต่าง ๆ สามารถกระจายไปสู่ชนบทอย่างทั่วถึง คนไทยทุก ๆ คนมีความเป็นอยู่ที่ดี นั้นอยู่ที่คนไทยทุกรุ่นใหม่ทุกคน เป็นผู้มีความซื่อสัตย์สุจริต ดังนั้น เด็กไทยทุกคนต้องปฏิบัติตนเป็นคนซื่อสัตย์สุจริตตั้งแต่วันนี้

         คนจีนประสบความสำเร็จในการร่วมมือกันทางธุรกิจ ขณะเดียวกันคนไทยพบความล้มเหลวในการร่วมมือกันทางธุรกิจ

        ตลอดระยะเวลา 30-50 ปีที่ผ่านมา คนจีนที่อพยพถิ่นฐานมาจากประเทศจีนมาอยู่เมืองไทย ต่างประสบความสำเร็จสามารถสร้างฐานะ และความมั่นคงทางธุรกิจ จนทำให้ได้เป็นกลุ่มคนที่เป็นผู้นำทางธุรกิจต่างๆในประเทศไทยจากการวิเคราะห์ดูอุปนิสัยของชาวจีนเหล่านั้น นอกจากจะมีนิสัยประหยัดอดออมแล้ว ยังมีความซื่อสัตย์อีกด้วย มีการติดต่อค้าขายร่วมมือกันอย่างดี มีการตั้งเป็นกองทุนอุดหนุนซึ่งกันและกัน ใครจะทำกิจการอะไรก็ช่วยเหลือกันและกันไม่มีทุนก็ให้ทุน ไม่มีของก็ให้ของ เมื่อผู้รับธุรกิจเจริญก้าวหน้าก็เอาทุนสิ่งของมาคืนไม่มีการทุจริตบิดพลิ้ว ธุรกิจของเขาก็ดำเนินไปด้วยความเรียบร้อย เจริญก้าวหน้า ชาวจีนจะเชื่อถือกัน ซื่อสัตย์ต่อกัน มีความจริงใจต่อกัน เชื่อใจไว้ใจกันเกือบจะไม่มีเลยที่จะทำให้ผิดหวังเพราะไม่ซื่อสัตย์ต่อกัน

          หันมาดูคนไทย สภาพอย่างนั้นหาดูได้ยาก เพราะคนไทยอยู่อย่างตัวใครตัวมัน รวมกันไม่ค่อยจะติด จนมีคำพังเพยว่า “ทำนาเข้าสวน ทำสวนเข้าหุ้น” หมายความว่า การทำอะไรกับคนอื่นนั้นไม่ดี เพราะคนไทยจะมีนิสัยไม่ซื่อสัตย์ต่อกัน เข้าหุ้นก็มักจะโกงเอารัดเอาเปรียบกัน จนมามีใครไว้วางใจกัน เลยต้องแยกกันทำแยกกันอยู่ คนไทยมักไม่ให้ความไว้วางใจกัน หากให้ทำงานโดยไม่มีการควบคุมดูแล นิสัยเอาเปรียบและฉลาดแกมโกงก็จะแสดงออกมาทำให้ตนเองได้รับผลประโยชน์มากกว่าที่จะเป็นหุ้นส่วนด้วยกัน นอกจากนี้บางครั้งก็มีการคดโกงหักหลังกัน จึงทำให้ธุรกิจไปไม่รอดเหมือนคนจีน

      ส่วนคนไทยที่ได้รับราชการ เมื่อมีโอกาสก็จะคอรัปชั่นทั้งเงินทอง และสิ่งของสาเหตุที่คนไทยส่วนใหญ่ไม่ซื่อสัตย์นี้เองทำให้ประเทศชาติพัฒนาไปอย่างไม่ก้าวหน้า เท่าที่ควร

          เพื่อให้นักเรียนเป็นคนรุ่นใหม่ที่มีคุณภาพได้รับความเคารพ ได้รับความเชื่อถือไว้วางใจจากบุคคลต่าง ๆ นักเรียนจะต้องปฏิบัติดังนี้

  1. มีสัจจะ และความจริงใจ

          - ความจริงเป็นสิ่งไม่ตาย

          - คนพูดจริงทำจริงย่อมได้รับการสรรเสริญ

  1. การไม่พูดบด ไม่เบียดเบียน ไม่อำพรางความจริง ไม่ยุยงให้เกิดความแตกแยก

          - การพูดและเขียนแต่ความจริง ช่วยให้เกิดความเข้าใจที่ถูกต้อง

          - การพูดและเขียนที่ดี ต้องไม่ส่อเสียด เพ้อเจ้อหยาบคาย

          - การพูดและเขียนที่ก่อให้เกิดความแตกร้าวกระทบกระเทือนจิตใจ ไร้สาระ ชักนำผู้อื่นหลงผิด ย่อมเป็นภัยต่อสังคม

  1. รูจักความพอดี

          - มีความพอใจในสิ่งที่ตนมีอยู่

          - มีความต้องการพอดีพอเหมาะทั้งผู้ให้และผู้รับ จะทำให้ทั้งสองฝ่ายมีความสุข

  1. ไม่เห็นแก่ตัว

          - ถือประโยชน์ส่วนรวม หมายถึง การคำนึงถึงหมู่คณะมากกว่า

          - คนเห็นแก่ตัวเป็นการเอาเปรียบเพื่อนฝูง เป็นที่รังเกียจของสังคม

          - คนเห็นแก่ตัวเป็นคนที่ไม่น่าคบค้าสมาคมด้วย

          - สังคมนิยมยกย่องบุคคลที่เสียสละผลประโยชน์และความสุขส่วนตัวเมื่อฝึกปฏิบัติสิ่งเหล่านี้ได้ นักเรียนจะมีคุณลักษณะที่ดี มีความซื่อสัตย์สุจริต สร้างคุณธรรมซื่อสัตย์ให้ตนเองและเปลี่ยนค่านิยม  การยกย่องคนแนวใหม่เพื่อการสร้างคนในสังคมให้คุณภาพมีความซื่อสัตย์เป็นความจำเป็นที่เราต้องพัฒนาตนเองและช่วยพัฒนาสังคม โดยวิธีการเริ่มต้นจากการตั้งใจเรียนหนังสือแล้วประกอบอาชีพที่สุจริต มุงมาขยันทำงานเป็นการหารายได้เพิ่มเติมแก่ครอบครัว มีการประยัดอดออมและการสร้างตัวมีอยู่ และครองครัวอย่างมีความสุข โดยหลีกเว้นอบายมุขทั้งหลายทั้งปวง

        ขณะเดียวกันจะช่วยสร้างค่านิยมยกย่องคนเสียใหม่ ไม่ยกย่องคนเพียงเพราะร่ำรวยมีเงินทอง แต่จะพิจารณาดูว่าผู้นั้นมีฐานะมาด้วยความซื่อสัตย์สุจริตหรือไม่ ผู้ที่คดโกง คอรัปชั่น และไม่ร่ำรวยมาด้วยความไม่สุจริต เราจะมายกย่อง เราจะมาส่งเสริมคนเหล่านี้ให้มีหน้ามีตาทางสังคม เปลี่ยนตนเองและเปลี่ยนค่านิยมเสียใหม่เพื่อสร้างสรรค์สังคมไทยให้น่าอยู่กว่าเดิม

          การพัฒนาตนเองเพื่อให้มีคุณภาพ โดยเน้นปฏิบัติเป็นคนมีนิสัยซื่อสัตย์สุจริต จะเป็นการสร้างคุณค่าให้ตนเองและเป็นแบบอย่างที่ดีของสังคม สภาพโดยส่วนรวมของสังคมจะดีขึ้น ประเทศจะพัฒนาเต็มที่ และสังคมจะมีแต่ความสงบสุข