6.ความกล้า

         หมายถึง การแสดงความสุขความสามารถที่จะกระทำหรือแสดงพฤติกรรมอย่างใดอย่างหนึ่งออกมา ท่ามกลางที่ชุมชนที่ประชุมที่มีคนอยู่จำนวนมาก ๆ โดยที่แสดงออกมานั้นจะต้องเป็นสิ่งที่ดี สร้างสรรค์ เป็นประโยชน์ และคนในสังคมยอมรับ

           การแสดงความกล้า ผู้กระทำจะมีความมั่นใจในตนเอง ไม่วิตกกังวล ไม่ขลาดกลัว เมื่อแสดงความสามารถออกมาปรากฏให้ผู้อื่นเห็นความความสามารถหรือมีแววก็จะส่งเสริมให้กระทำสิ่งนั้นให้ดียิ่งๆ ขึ้นไปซึ่งจะต่างจากคนที่ขลาดกลัว หรือต่างจากคนที่ชอบปกปิดไม่แสดง ความสามารถนั้น ๆ ให้ผู้อื่นพบเห็น

             ความกล้าหาญ   หมายถึง การแสดงความกล้า ความสามารถของตนเองออกมา เพื่อประโยชน์ของส่วนรวมแม้ในสิ่งนั้นจะต้องเสียสละแม้เลือดเนื้อ ชีวิต ดังเช่น ทหารที่ออกปฏิบัติหน้าที่เป็นรั้วของชาติ ปกป้องผืนแผ่นดินไทย โดยปฏิบัติหน้าที่อย่างตามชายแดนไทย หรือทำหน้าที่ออกรบ เพื่อป้องการรุกรานของฝ่ายศัตรู

           ประโยชน์ของการมีคุณธรรมด้านความกล้า ความกล้าหาญ จะทำให้นักเรียนมีความเชื่อมั่นใจในการกระทำสิ่งต่าง ๆ ออกมาบุคคลนั้นจะเป็นผู้มีคุณค่า มีผลงานความสามารถ และจะเป็นที่ต้องการของหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งภาครัฐบาล และเอกชน ส่วนผู้ที่ขาดความกล้า ความกล้าหาญ จะเป็นที่ขลาดกลัว มีความอาย ไม่มีความเชื่อมั่นในตนเองชอบอยู่อย่างเงียบและเก็บตัว

             ความกล้าแสดงออก  หมายถึง การมีความกล้าหาญที่แสดงตน แสดงความสามารถที่จะเข้ากิจกรรมต่าง ๆ ให้ปรากฏแก่ที่ประชุมหรือต่อหน้าคนจำนวนมาก ๆ และปรากฏตัวแสดงความสามารถนั้น จะต้องมีความสามารถนั้น จะต้องมีความเชื่อมั่นใจตนเอง ไม่เคอะเขิน วิตกกังวลหรือขลาดกลัว

            ความกล้าแสดงออก เป็นจุดเริ่มต้นของการแสดงความสามารถเพราะคนเราทุกคน เมื่อมีความสามารถอะไรอยู่และไม่แสดงความสามารถนั้นออกมา ให้ผู้อื่นรับรู้ คุณความดีนั้นก็ไม่ปรากฏ และยังไม่มีคุณค่าความสำคัญไม่เป็นประโยชน์ต่อตนเอง ต่อผู้อื่นดังสำนวนที่ว่า “คมในฝัก” หรือ “เสือซ่อนเล็บ” หรือภาษิตของฝรั่งที่ว่า “อย่าซ่อนอยู่ในเข่ง จงเผยตัวออกมา” หมายถึง เมื่อมีความสามารถอะไรจงแสดงความสามารถนั้นออกมา อย่าปกปิดซ่อนเร้นหรือเก็บไว้ด้วยความเขินอายไม่กล้าแสดงออกมา

         ความกล้าแสดงออกมีความสำคัญและประโยชน์ดังนี้

               ความกล้าแสดงออกสร้างความเชื่อมั่นให้กับเรา การได้ฝึกบ่อย ๆ ทำให้มีความเชื่อมั่นให้กับเรา การได้ฝึกบ่อย ๆ ทำให้มีความเชื่อหมั่น มั่นใจในตัวเองและเป็นพื้นฐานสำคัญที่ช่วยให้แสดงความสามารถเด่น ๆ ของตนออกมาให้ปรากฏแก่สายตาผู้อื่น ความกล้าแสดงออกเป็นจุดเริ่มต้นของการทำงาน ทำกิจกรรมต่าง ๆ ทำให้ผู้อื่นนั้นได้พัฒนาตนเองเป็นนักพูด นักแสดงเป็นผู้นำและเป็นผู้ร่วมงานทีดีและเก่ง

               แนวปฏิบัติตนให้เป็นผู้กล้าแสดงออกมีดังนี้

  1. ฝึกใจกล้าให้จิตใจกล้ากระทำกิจกรรมต่าง ๆ กล้าคือ กล้าทำ กล้าแสดง ในสิ่งที่ดีสร้างสรรค์และเป็นประโยชน์
  2. หมั่นฝึกประเมินผลในการแสดงออกของตนเองเพื่อพัฒนาความสามารถของตน
  3. มีการเตรียมตัว และการฝึกซ้อมล่วงหน้า เพื่อสร้างความมั่นใจแก่ตนเอง
  4. ฝึกพัฒนาบุคลิกภาพของตนเสมอทั้งการยืน การเดิน การนั่งการแต่งกาย การพูด เพื่อจะได้ไม่วิตกกังวลเมื่อมีผู้โห่ฮา ท้วงติง
  1. ฝึกเป็นผู้มีอารมณ์ดี ยิ้มแย้มแจ่มใส ร่าเริง และขอบสบตา ประสานตากับผู้ฟังที่ประชุม

            ความกล้าตัดสินใจและรับผิดชอบ หมายถึง การมีความกล้า มีความกระตือรือร้นในการตัดสินใจ โดยรู้จักพิจารณาไตร่ตรองสิ่งต่าง ๆ แล้วตัดสินใจที่จะกระทำสิ่งหนึ่งสิ่งใด พร้อมกับความรับผิดชอบต่อการตัดสินใจและการกระทำสิ่งนั้น

              โดยปกติคนไทยส่วนใหญ่ขาดทักษะด้านการคิด ทำอะไรมักไม่ค่อยคิดประกอบอาชัพอะไร หรือ ทำอะไรก็ทำไปตามแนวทางอย่างที่กระทำนั้นทั้งที่หน้าจะคิดทำสิ่งใหม่ ๆ หรือพัฒนาสิ่งที่เคยทำนั้นให้ดีกว่าที่เป็นอยู่ชีวิตความเป็นอยู่จึงไม่พัฒนาเท่าที่ควร

                การเป็นคนรู้จักตัดสินใจและกล้าตัดสินใจจะต้องฝึกหัดไว้ตั้งแต่วัยเด็กและวัยเรียน เริ่มต้นพิจารณาตัดสินใจในการเลือกสิ่งต่าง ๆ โดยสามารถบอกเหตุผล ข้อดีของสิ่งที่เลือก ข้อจำกัดของสิ่งที่ไม่เลือกได้ การฝึกตั้งแต่วัยเด็กจะทำให้เกิดความชำนาญ คนที่ไม่ฝึกตัดสินใจจะเป็นคนที่ไม่มีความคิด ขาดความเชื่อมั่นไม่กล้าตักสินใจ มักจะทำให้พลาดโอกาสและเสียโอกาส

ที่ควรจะได้รับ หลังจากได้ศึกษาติดตามข้อมูลนั้น ๆ เป็นอย่างดีก็ควรได้ตัดสิงใจ การกล้าตัดสินใจจะทำให้กิจกรรมงานของตนได้พัฒนาก้าวหน้าได้ ในขณะเดียวกันที่ฝึกการกล้าตัดสินใจก็ต้องฝึกให้มีจิตสำนึกในการรับผิดชอบต่อการตัดสินใจ การกระทำนั้นด้วย เพราะการไม่มีความรับผิดชอบ จะทำให้ขาดความเชื่อมั่นและขาดความไว้วางใจจากผู้อื่นได้

                ความปฏิเสธต่อหนทางชั่ว หมายถึง การใช้ความกล้าในทางที่เป็นประโยชน์ต่อชีวิตตนเอง โดยนำมาปฏิบัติ กล้าปฏิเสธต่อหนทางชั่ว ทั้งปวง ไม่ยอมหันไปสู่ทางแห่งความชั่ว ชีวิตนักเรียนทุกคนต่างดำเนินไปสู่เป้าหมาย ทุกคนต่างมีเป้าหมายที่ดี คือต้องการให้ตนเองได้รับการศึกษาสูง ๆ ประกอบอาชีพดี ๆ ซื่อสัตย์สุจริต สังคมยกย่อง มีฐานะความเป็นอยู่ที่ดี และมีความกล้าปฏิเสธต่อหนทางชั่วเท่านั้นที่จะมีโอกาสถึงจุดมุ่งหมายของชีวิต หนทางชั่วที่ดึงเรามีดังนี้

  1. ความเกียจคร้าน
  2. คบคนชั่วเป็นมิตร
  3. เล่นการพนัน

       4.เที่ยวกลางคืน

  1. เสพสุราหรือยาเสพติด
  2. ดูการละเล่น
  3. ความคึกคะนองใจของวัยรุ่น
  4. ความเกียจคร้านการงาน ทำให้งานคั่งค้างยุ่งเหยิง เสียหายต่อการดำรงชีวิต แทนที่จะได้สิ่งของได้เงิน ได้ทรัพย์สมบัติเพิ่มเติม กลับมีแต่จะหมาดไป โดยมีสาเหตุจากสันดานตนเอง มักอ้างว่าหนาว มักอ้างว่าร้อน มักอ้างว่าเย็นแล้ว มักอ้าวว่าเช้าอยู่ มักอ้างว่าหิว มักอ้างว่ากระหาย

              ผู้เกียจคร้านดังกล่าวมักพบความเจริญได้ยาก

  1. การเล่นการพนัน หมายถึง ชอบเล่นการพนันเอาทรัพย์ ขึ้นชื่อว่าการพนันเป็นสิ่งที่ไม่ดี ไม่มีใครได้ดีหรือร่ำรวยเพราะการพนัน ชีวิตที่ลุ่มหลงในการพนันเท่ากับตกเหว ตกนรกอบายมุข เพราะต้องเสียเงิน เสียสุขภาพ เสียเวลาเป็นโทษดังนี้

          - ผู้ชนะย่อมก่อเวร เช่นผู้ชนะอาจจะต้องไปเลี้ยง ใช้จ่ายฟุ่มเฟือยเกินกว่าเหตุ ผู้แพ้จะต้องเสียใจเพราะเสียเงิน นอนไม่หลับแค้นตัวเอง อยากได้ทรัพย์คืนมา เกิดอาฆาตจองเวร

        - ทรัพย์สินที่มีย่องฉิบหาย ไฟหม้ายยังเหลือที่ดิน แต่การพนันจะหมดตัวหมดสิ้นทุกอย่าง

        - ขาดความเชื่อถือ จะออกปากยืมเงินใครไม่มีใครเชื่อถือ

        - ไม่มีใครประสงค์จะแต่งงานด้วย เพราะกลัวครอบครัวจะฉิบหายล่มจม

           ขอบข่ายของหนทางที่นำชีวิตไปสู่ความฉิบหาย

  1. การคบคนชั้วเป็นมิตร เป็นเหตุแห่งความฉิบหาย เพราะการคบคนชั้วเป็นมิตรจะไม่ทำให้ผู้คบเป็นคนดีหรือสูงเด่นได้เลยจะมีโทษตามบุคคลคบดังนี้

                คบนักเลงการพนัน - จะถูกชักจูงให้ประพฤติตามจนล่มจมคล้ายผีการพนันเข้าสิง

                คบนักเลงเจ้าชู้ – ทำให้เกิดความเดือดร้อนต่อตนเอง ครอบครัววงศ์ตระกูล

             คบคนนักเลงเหล้า – ชักชวนให้กลายเป็นคอทองแดง เมาเช้าเมาเย็นเป็นประจำ ทำให้สติปัญญาเสื่อม ความจำเลอะเลือน บั่นทองและทรัพย์สิน

                คบคนโกงซึ่งหน้า – มักหาผลประโยชน์จากความชั่วโดยวิธีต่าง ๆ ไม่มีความละอาย ไม่กลัวบาป ไม่รู้คุณ ไม่รู้ความดี

               คบนักเลงหัวไม้ – มักร่วมกันก่อความวุ่นวาย เดือนร้อนให้คนเกี่ยวข้องเป็นประจำ คบคนเช่นใดมักเป็นคนเช่นนั้น

  1. การเที่ยวดูการละเล่น คือ การดูมหรสพอย่างพร่ำเพรื่อเกินความจำเป็น มีการฟ้อนรำ ขับร้อง ประโคมและบันเทิงที่ไหนก็ไปที่นั้น ทำให้เสียเงินเสียสุขภาพ
  2. การเที่ยวกลางคืน คือ การออกนอกบ้านไปเที่ยวเป็นประจำ ทำให้เสียทรัพย์ เสียค่าบริการ อาจถูกจี้ปล้น ไม่รักษาทรัพย์สมบัติ ครอบครัวเดือดร้อน ขาดความอบอุ่น ใช้เงินทองสิ้นเปลืองเป็นที่ระแวงของผู้อื่น และมักถูกใส่ความ
  3. การเป็นนักเลงสุรา คือ ติดสุรายาเสพติดและของมึนเมา ติดสุรา ทำให้เสียทรัพย์ ทำให้เกิดการทะเลาะวิวาทเพราะควบคุมสติไม่อยู่ เสียชื่อเสียง ความจำเลอะเลือน ส่วนยาเสพติดอื่นทำให้อยากเสพอย่างไม่หยุดยั้งเสียทรัพย์สินและผิดกฎหมาย
  1. ความคึกคะนองใจของวัยรุ่น คือ วัยรุ่นเป็นวัยหัวเลี้ยวหัวตอต่อชีวิตหากไม่ควบคุมให้ไปในแนวทางที่ดีงามอาจทำให้ชีวิตต้องหันไปสู่ทางที่ผิด ๆ อาจเกิดอุบัติเหตุ อาจหลงผิด หรือพบความล้มเหลวของชีวิต

             เพื่อให้นักเรียนฝึกความกล้าปฏิเสธต่อหนทางสู่ความชั่ว   และสามารถประสบความสำเร็จตามเป้าหมายชีวิต  จึงควรยึดแนวปฏิบัติดังนี้

            1.รอบรู้ถึงความชั่ว  และผลร้ายของมัน

           2.ตระหนักถึงโทษของความชั่วต่างๆ

           3.ฝึกใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์และฝึกตนเองไม่ให้มีเวลาว่างเกิดขึ้น

           4.เลือกคบเพื่อนที่ดี  เพื่อจะได้นำพาเราไปสู่สิ่งที่ดี

           5.ฝึกจิตใจให้เข้มแข็ง    จะได้ปฏิเสธต่อสิ่งชั่วร้ายนั้น   และฝึกจิตให้เร็ว  ให้มีสติรับรู้ได้เร็ว   จะได้ปฏิเสธได้

           ความกล้าในการแก้ไขสิ่งผิด   หมายถึงความกล้าในการที่จะแก้ไขสิ่งที่คนส่วนใหญ่ในสังคมปฏิบัติสืบต่อกันมา   ทั้งที่การปฏิบัติเช่นนั้น   เป็นสิ่งไม่ถูกต้อง  เช่นการจัดประเพณีต่างๆ  ที่มีการเลี้ยงดูกันอย่างเอกิเกริกใหญ่โต   ยึดถือความมีหน้ามีตาในสังคม   นับเป็นค่านิยมที่ผิด   หรือการที่ยังเป็นเด็ก  เป็นนักเรียนแต่ดื่มสุรา หรือไปสูบบุหรี่

            ความกล้าแสดงความคิด   ด้วยการพูด  การเขียนให้ผู้อื่นได้รับรู้ในความคิด   โดยผ่านการพิจารณาไตร่ตรองอย่่างละเอียดรอบคอบว่าเป็นสิ่งดี   มีประโยชน์ต่อคนส่วนรวม   ไม่ทำให้ตนเองและผู้อื่นเดือดร้อน

                 การกล้าแสดงออกทางความคิดมีประโยชน์ต่อประเทศชาติดังนี้

        1.ทำให้ผู้อื่นยอมรับความรู้ความสามารถของตน

        2.การแสดงความคิดร่วมกันในการวิเคราะห์  อภิปรายเพื่อให้เกิดความคิดที่ดี

  1.  สังคม ประเทศชาติมีความเจริญก้าวหน้าทั้งทางด้านเศรษฐกิจ สังคมและการเมือง

                    แนวทางปฏิบัติเพื่อให้นักเรียนเป็นมีความคิดมีดังนี้

  1. ต้องฝึกสร้างความเชื่อมั่นให้ตนเอง กล้าคิด กล้าทำ กล้าเขียน
  2. ต้องฝึกเป็นคนรักการอ่าน อ่านหนังสือมาก ๆ ฟังมาก ๆ
  3. ต้องฝึกแสดงความคิด และแลกเปลี่ยนความคิด
  4. ต้องฝึกคิดพิจารณาและวิเคราะห์สิ่งต่าง ๆ
  5. ต้องฝึกให้มีจิตใจเข้มแข็ง มีความเชื่อมั่นในการแสดงความคิดโดยมีความเชื่อมั่นว่า

             “การได้กล้าแสดงความคิดเป็นประโยชน์ต่อสังคม และเป็นการเพิ่มคุณค่าแก่ตน”