5.การเสียสละ

             หมายถึง  การให้การสละสิ่งที่เรามีหรือครอบครองอยู่  หรือที่กำลังจะได้รับเพื่อเป็นประโยชน์แก่ผู้อื่น   โดยการให้นั้นจะต้องไม่เดือดร้อนแก่ตนเอง  ผู้ที่ควรได้รับได้แก่   พระภิกษุสงฆ์  สมณะ  ชี  พรามห์  ซึ่งประพฤติอยู่ในศีล   ผู้ประสบภัยธรรมชาติ  ผู้ประสบอุทกภัย  วาตภัย  อัคคีภัย   แผ่นดินไหว  ฯลฯ

             ประโยชน์ของการเสียสละ  เมื่อสมาชิกใทุกคนในสังคมประพฤติตนมีความเสียสละ   จะบังเกิดผลดีกับตนเองและสังคมมากมายหลายประการเช่น

             1.เป็นการแบ่งปันส่วนที่เรามีอยู่อย่างมากเกินความจำเป็นเช่น   เงินทอง  สิ่งของ  ไปให้แก่ผู้กำลังทุกข์ยาก   ขาดแคลน  ฯลฯ  เพื่อสังคมจะได้มีความเป็นอยู่ที่ใกล้เคียงกันไม่เหลื่อมล้ำกันมาก  ปัญหาอาญชญากรรมจะลดลง

                     2.การให้เป็นการลดกิเลส   ลดความอยากของตน  จิตใจจะสงบและใฝ่ไปในทางที่ดีงาม  หน้าตาอิ่มเอิบเบิกบาน   รู้จักความพอดี  จิตเป็นสุขอย่างแท้จริง

                    3.เป็นการสร้างความสงบสุขให้กับสังคม   มีการแผ่เมตตา  งดการเบียดเบียนสิ่งมีชีวิตทั้งหลาย   และมีการให้ซึ่งกันและกัน   ทั้งให้สิ่งของให้อภัย   ไม่อาฆาตพยาบาท  ให้ความเห็นอกเห็นใจแก่เพื่อนร่วมโลก

                     4.เป็นการให้กำลังใจแก่ผู้สิ้นหวังในชีวิต  หรือผู้ที่ท้อแท้โดยสละเวลา   ให้คำแนะนำที่ดี    สนใจ  ให้กำลังใจ   ซึ่งจะทำให้ผู้สิ้นหวังมีกำลังใจลุกขึ้นมาต่อสู้กับปัญหาในชีวิต

                     5.เป็นการแสดงความรักชาติ  รักแผ่นดินถิ่นเกิด  เช่นการเสียสละโลหิตและการบริจาคสิ่งของไปให้ทหาร  ตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ตามชายแดน  การปฏิบัติเป็นผู้เสียสละต่อโรงเรียน  เป็นคูณธรรมที่สำคัญเพราะโรงเรียนเป็นสถานที่ให้การศึกษา   พัฒนาสติปัญญา   ให้ทักษะประสบการณ์อาชีพ  ประสบการณืชีวิตแก่นักเรียน   อีกทั้งช่วยเสริมสร้างให้นักเรียนเป็นผู้มีคุณภาพ   นักเรียนควรประพฤติตนเป็นผู้เสียสละหรือเป็นสมาชิกที่ดีของสังคม    การเสียสละของนักเรียนนอกจากเป็นผลดีแก่โรงเรียน  แก่ส่วนรวม   หมู่คณะแล้วยังเป็นผลดีแก่ตนเองคือทำให้เป็นผู้มีคุณธรรมและได้ฝึกประสบการณ์ชีวิตให้มีคุณค่า  การปฏิบัติเพื่อให้เป็นผู้มีความเสียสละต่อโรงเรียนมีแนวปฏิบัติดังต่อไปนี้

                  1.ด้นจิตใจ  นักเรียนต้องเป็นฝึกเป็นผู้ให้อภัยต่อเพื่อนๆ  ไม่อาฆาตมาดร้ายต่อใคร   ยอมรับในผลการปฏิบัติของตน

                 2.ด้านกำลังกาย   นักเรียนต้องเข้าร่วงมกิจกรรมการพัฒนาโรงเรียน   การพัฒนาในวันสำคัญต่างๆ การปฏิบัตหน้าที่เวรทำควาสะอาดห้องน้ำ  การปฏิบัติหน้าที่เวรประจำวันในห้องเรียน   อย่างเต็มกำลังความสามารถ

                 3.ด้านทรัพย์สิ่งของ   เมื่อมีการบอกบุญ  ทำกุศลต่างๆก็เต็มใจสละเงินเข้าร่วมทำบุญต่อกิจกรรมนั้นๆ

                 4.ด้านสติปัญญาความคิด   ร่วมให้ความคิดเห็นที่ดีแก่หมู่คณะในการพัฒนาห้องเรียน   พัฒนาโรงเรียน   พัฒนาบรรยากาศในการเรียนและกิจกรรมต่างๆ

                5.ด้านเวลา   เสียสละเวลาหลังเลิกเรียน   วันหยุด   เพื่อร่วมกิจกรรมต่างๆ  เช่น   กลุ่มสนใจการฝึกซ้อมกีฬา  ทำการฝึกกิจกรรมต่างๆ

                6.ปฏิบัติตนเป็นแบบอย่างที่ดีแก่เพื่อนๆพี่ๆน้องๆ  โดยปฏิบัติตามระเบียบของทางโรงเรียน   เช่น  การแต่งกาย  การเข้าแถวเดิน  การเข้าแถวซื้ออาหาร    เพื่อความเป็นระเบียบ     

                 ส่วนการปฏิบัติตน  เพื่อเป็นการเสียสละต่อครอบครัว  มีแนวปฏิบัติต่อไปนี้  คือ

  1. สังคมประเทศชาติและถิ่นกำเนิด  มีความสำคัญต่อการดำรงชีวิตของเรา  ทำให้เราสามารถดำเนินชีวิตอย่างสงบสุข  ให้สังคมประชาธิปไตร  อันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข  สังคมประเทศไทยเป็นสังคมที่น่าอยู่มีเอกราชไม่เกิดความวุ่นวายเหมือนหลาย ๆ ประเทศ  พลเมืองมีส่วนร่วมในการปกครอง  ไม่อยู่ภายใต้อำนาจการปฏิบัติหรืออำนาจการปกครองของกลุ่มใด ๆ ด้านความเป็นอยู่มีความเจริญด้านต่าง ๆ และเครื่องอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ได้กระจายไปสู่ชนบทและทุกท้องถิ่นของประเทศ

        เพื่อแสดงความรักชาติ  รักแผ่นดิน  นักเรียนควรปฏิบัติตนเพื่อเป็นการเสียสละต่อสังคมประเทศชาติ  ดังนี้

  1. ปฏิบัติตนเป็นพลเมืองดีของชาติ  โดยประพฤติดี  ไม่เป็นคนชั่ว  ไม่ทำให้ผู้อื่น  และสังคมเดือดร้อนบ้านเมืองไม่ต้องสิ้นเปลือง  งบประมาณในการปราบอาชญากรรมต่าง ๆ และจะได้ประหยัดงบประมาณในการสร้างคุกกักขังผู้กระทำผิด
  2. เข้าเป็นทหารเกณฑ์ตามกฎหมายของประเทศ  เพื่อให้มีส่วนร่วมในการป้องกันประเทศชาติ
  3. เสียสละโลหิต – ทรัพย์สิน – เงินทอง เพื่อเป็นกำลังใจแก่ทหารที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ตามชายแดน หรือบริจาคสิ่งของเพื่อสงเคราะห์ประชาชนที่ประสบเคราะห์กรรมจากภัยต่าง ๆ ของธรรมชาติ
  4. ย้ำเตือนบิดา – มารดา –ญาติพี่น้อง   ในการรับผิดชอบเสียภาษีอากรให้แก่รัฐ และรับผิดไปใช้สิทธิในการเลือกตั้งต่าง ๆ
  5. เสียสละความสุข  ความสะดวกสบายบางส่วนของตนโดยไม่ตัดไม้ทำลายป่า  ทำลายสิ่งแวดล้อมและไม่ทำลายทรัพย์สินของส่วนร่วม
  6. เสียสละเวลาข้าร่วมกิจกรรมต่าง ๆ ที่สังคมส่วนรวมและเข้าร่วมการประชุมต่าง ๆ ของทางราชการ
  7. เสียสละความสุขส่วนตน  จากการใช้เวลาสรวญเสเฮฮา  มาใช้เวลาที่มีอยู่อย่างมีค่าแก่ตนเองและสังคม  และกระทำตนเป็นแบบอย่างที่ดีในสังคม

        มนุษย์ทุกคนดำรงชีวิตในสังคมด้วยการต้องพึ่งพาอาศัยกัน  การอยู่ร่วมกันทำให้มนุษย์พัฒนาก้าวหน้าไปเพื่อความเป็นอยู่ที่ดีต่อไปของมนุษย์

        การเป็นเพียงผู้คอยรับสิ่งต่าง ๆ จากผู้อื่น  ไม่ทำให้ผู้นั้นได้รับความสุขที่แท้จริง  เพราะนอกจากจะเป็นการเอาเปรียบผู้อื่นแล้วยังไม่สร้างชีวิตของตนให้มีคุณค่าอีกด้วย  เพื่อให้นักเรียนได้เป็นที่รักใคร่ของเพื่อนมนุษย์และได้รับความศรัทธายกย่องจากเพื่อนมนุษย์  จึงควรปฏิบัติตนตามแนวปฏิบัติดังนี้

  1. เสียสละความพอใจของตน  เพื่อความพอใจของผู้อื่น  นักเรียนต้องฝึกปฏิบัติโดยเริ่มต้นนึกถึงแต่ผู้อื่น ๆ อยากให้ผู้อื่นมีความยินยอมเสียสละสิ่งที่เป็นความพอใจของตนเพื่อผู้อื่น  สังคมมนุษย์จะเป็นสังคมแห่งความรักสังคมแห่งความสุข
  2. เสียสละตนเองให้ความรักความเมตตาผู้อื่น  ฝึกจิตใจให้ละเอียดอ่อนให้ความรักความเมตตาผู้อื่นด้วยการแสดงกิริยาอาการที่ดีต่อผู้อื่น  พูดจาด้วยถ้อยคำที่ไพเราะรื่นหู  ไม่ทำให้ผู้อื่นเป็นที่รองรับอารมณ์ของตนรวมทั้งปฏิบัติตนในทางหวังดีต่อผู้อื่นอยู่เสมอ
  3. ให้อภัยและให้กำลังใจผู้อื่น  ฝึกจิตใจให้เป็นคนให้อภัยแก่คนทั้งหลาย   ไม่ซ้ำเติมผู้พ่ายแพ้ , ผู้ผิดหวัง , ผู้ล้มเหลว  แต่กระทำตนเป็นผู้ให้กำลังใจแก่คนเหล่านั้นให้มีกำลังใจต่อสู้ชีวิตต่อไป
  4. ให้บรรยากาศที่ดีแก่เพื่อนมนุษย์ด้วยสีหน้าที่เบิกบานยิ้มแย้มแจ่มใส  ร่าเริง  ไม่หงุดหงิดเจ้าอารมณ์สามารถสร้างสรรค์บรรยากาศที่ดีแก่เพื่อนมนุษย์ในหลายๆสถานการณ์

 

                 “ เด็กในวันนี้คือผู้ใหญ่ในวันข้างหน้า” คือคำขวัญวันปีหนึ่งนานมาแล้ว

           และคำขวัญวันเด็กมักเป็นคำขวัญที่เขียนไว้ให้เด็กเอาไปท่องให้จำได้เท่านั้น แต่ผู้ใหญ่และทางราชการไม่ได้เน้นให้ปฏิบัติ. . . นักเรียนทุกคนย่อมทราบดีอยู่แล้วว่าประเทศใดที่พลเมืองมีคุณภาพ ประเทศนั้นจะเจริญก้าวหน้ารวดเร็ว ดังเช่น ญี่ปุ่น เกาหลี ประชาชนจะมีความสุขชีวิตของสมาชิกทุกคนจะมีค่า มีความสำคัญต่อประเทศถือได้ว่าประชาชนเป็นทรัพยากรอันมีค่าของประเทศ ดังนั้น เพื่อสร้างตัวของนักเรียนให้มีค่า เพื่อความหวังใหม่ของการพัฒนาประเทศไทยในอนาคต

              นักเรียนจึงควรสละความสนุกสนาน  ตามความคึกคะนองของวัย หันมาปฏิบัติดังนี้

  1. เสียสละความสนุกสนานตามความคึกคะนองของวัยมาฝึกหัดอบรมให้อยู่ในกรอบประเพณีอันดีงาม สามารถยับยั้งชั่งใจควบคุมกายวาจา ใจ ไว้ได้และดำเนินชีวิตได้ถูกทางสู่ความสุข ความเจริญ
  2. เสียสละเวลาแห่งความสนุกสนาน หันมาตั้งใจศึกษาเล่าเรียนอย่างเต็มที่ 100 % ถึงเวลาเล่น – เล่นจริง ถึงเวลาเรียน – เรียน อย่างจริงใจเต็มที่ และเวลาจัดศึกษาค้นคว้าหาความรู้เพิ่มเติมอยู่เสมอ
  3. พัฒนาชีวิต ด้วยการพิจารณาไตร่ตรอง และปรับปรุงให้ชีวิตวันนี้ดีกว่าเมื่อวันวาน ทำพรุ่งนี้ให้ดีกว่าวันนี้ ให้ชีวิตมุ่งแต่ก้าวไปข้างหน้าไม่หยุดอยู่กับที่หรือถอยหลัง
  4. เสียสละเวลา และความสุขจากการสรวญเสเฮฮาทำให้เกิดคุณค่า, เกิดประโยชน์ต่อชีวิตทั้งนี้เพื่อตนเองเป็นผู้ฝึกตนดีแล้ว และเป็นทรัพยากรอันมีค่าของชาติ