4. การประหยัดและอดออม

              มีความสำคัญต่อชีวิตเรามาก ถือเป็นรากฐานที่สำคัญยิ่งที่จะทำให้เราประสบความสำเร็จในชีวิตได้ จากการสังเกตผู้คนรอบข้างเราหรือจากการอ่านการค้นคว้าวิจัย พบว่าผู้ที่พบความสำเร็จในชีวิตได้ มีชื่อเสียงและร่ำรวยทุกๆส่วนของโลกที่ประสบความสำเร็จ ล้วนมีคุณลักษณะนิสัยการประหยัดและอดออมอยู่ โดยประหยัดอดออมทั้งเวลา เงินทองและทรัพยากร ทำให้เขาเหล่านั้นพบความสำเร็จได้ แม้รอบข้างคนไทยเราจะพบคนจีนที่ประสบผลสำเร็จในชีวิตเป็นส่วนใหญ่ นอกจากมุมานะอดทนแล้วยังมีการประหยัดและอดออมอยู่ด้วย ส่วนผู้ที่ล้มเหลวจะขาดคุณลักษณะเหล่านี้

                การประหยัดและการออม  หมายถึง  การรู้จักออกทรัพย์สิน  เวลา  ทรัพยากร  ทั้งส่วนตนและสังคม  ตามความจำเป็นให้เกิดประโยชน์และคุ้มค่าที่สุด  รวมทั้งการรู้จักดำรงชีวิตให้เหมาะสมกับฐานะความเป็นอยู่ส่วนตนและสังคม

           การประหยัดและออม  ระดับมัธยมนั้นต้องการมุ่งเน้นให้นักเรียนรู้จัดใช้เวลา  และทรัพย์สินอย่างเหมาะสมและได้ประโยชน์มากที่สุด  ดูแลรักษาทรัพย์ทั้งของตนและส่วนรวม  ระมัดระวังยับยั้งความต้องการของตนให้อยู่ในขอบเขตที่พอเหมาะพอควร  วางแผนการใช้จ่ายอย่างมีสัดส่วนและมีการเก็บออม

                การประหยัดเวลา  หมายถึง  การที่นักเรียนรู้จักวางแผนการใช้เวลาของตนและใช้เวลาให้เกิดประโยชน์คุ้มค่าที่สุด  ในเรื่องการใช้เวลาเกิดทางไปโรงเรียนและเดินทางกลับบ้าน  การใช้เวลาในการศึกษาเล่าเรียนทำแบบฝึกหัด  ทบทวนบทเรียน  และหาความรู้เพิ่มเติม  การใช้เวลาในการทำธุรกิจส่วนตัว  การใช้เวลาในการนอนพักผ่อน  และทำงานอดิเรก  การใช้เวลาในการช่วยเหลืองานบ้าน  ชุมชนและสังคม

                รู้จักกาล  คือรู้จักกาลเวลาอันเหมาะสม  รู้ว่าเวลาไหนควรทำอะไร  และทำให้ตรงเวลาให้เป็นเวลา  ให้ทันเวลาให้เหมาะสม  และให้ถูกเวลา  ฯลฯ

              ความเป็นผู้รู้จักกาล  คือ  ความรู้จัดคุณค่าของเวลา  รู้จักใช้เวลา  ต้องเตือนใจตนเองอยู่เสมอว่า  “วันคืนล่วงไปเวลาชีวิตมีอยู่เหลือน้อยลงไปทุกที บัดนี้เราทำอะไรอยู่” ผู้ที่รู้คุณค่าของเวลาต้อมีความรู้อื่นประกอบอีกหลายอย่าง โดยเฉพาะงานและหน้าที่ และจัดงานนั้นให้เหมาะกับเวลาด้วย และควรคำนึงถึงหลักสำคัญ คือ

               -  งานบางอย่างต้องทำให้ทันเวลา  ถ้าไม่ทันจะเสียผล

               -  งานบางอย่างต้องทำให้ถูกเวลา  รู้จังหวะ  เช่น  ปลูกต้นไม้  การร่วมประชุม  ฯลฯ

               -  งานบางอย่างต้องทำตามเวลา  เช่น  วันสำคัญต่าง ๆ

               -  งานบางอย่างต้องทำให้ตรงเวลา  รักษาเวลาตามที่นัด

                เมื่อเราฝึกเป็น ผู้รู้จักเวลา  เป็นความสำคัญ  ใช้เวลาที่มีอยู่อย่างคุ้มค่าที่สุด  เราจะเป็นผู้ประสบความสำเร็จในชีวิตตามเปาหมายที่ต้องการได้

                ประเภทของการจัดเวลาที่เรากระทำสิ่งต่าง ๆ แยกได้ดังนี้

  1. สำคัญและเร่งด่วน เป็นงานที่ต้องทำทันทีหรือในอนาคตอันใกล้ เช่นทำการบ้านส่งอาจารย์พรุ่งนี้  สอยซ่อมวันมะรืนนี้  คุณแม่ให้เฝ้าบ้านเย็นนี้เพราะท่านจะไปงานศพของญาติสนิท  งานประเภทนี้ถือว่าสำคัญอันดับ  1  ต้องรีบทำไม่ควรผัดวันประกันพรุ่ง
  2. สำคัญแต่ไม่เร่งด่วน งานสำคัญจริง ๆ ในชีวิตเราส่วนมากไม่ใช่เรื่องรีบด่วน  จะทำเดี๋ยวนี้หรือทีหลังก็ได้หรืออาจเลื่อนไปไม่มีกำหนดก็ได้  เช่น  ตรวจสุขภาพ  เรียนพิเศษ  รายงานส่วนปลายภาค  ฯลฯ  ประเภทนี้สำคัญแต่ไม่เร่งด่วน  สามารถเลื่อนไปได้  แต่ผัดวันประกันพรุ่งเรื่อยไปอาจเสียหาย
  3. เร่งด่วนแต่ไม่สำคัญ ประเภทนี้ได้แก่สิ่งต่าง ๆ ที่มีการเรียกร้องให้ลงมือทำทันที  หากตรวจสอบโดยไม่ใส่ความรู้สึกส่วนตัวจะจัดลำดับเร่งด่วนไว้หลัง ๆ ได้  หากมีคนมาคอยรับคำตอบถ้าว่างอาจทำเสียเลย  ถ้ามีงานอื่นเร่งด่วนกว่า  ควรคิดหาวิธีปฏิเสธอย่างนิ่มนวล
  4. งานยุ่ง เป็นประเภทที่พอจะเป็นประโยชน์อยู่บ้างแต่ไม่เร่งด่วนหรือมีความสำคัญเลย  งานพวกนี้ทำให้เรารู้สึกมีกิจกรรมและทำอะไรได้เสร็จ  และทำให้มีข้ออ้างเลื่อนงานต่าง ๆ ที่สำคัญไม่เร่งด่วน  (ประการ  2)  ซึ่งเป็นประโยชน์มากกว่า  เช่นแม่ขอให้จัดบ้านตกแต่งบ้านวันไหนก็ได้  เราก็ใช้เวลาว่างไปเล่นฟุตบอลทุกวันงานเสียเวลาเปล่า ๆ พวกนี้เราชอบที่สุด  เราอยากทำ  ถูกรสนิยมและไม่ยากต่อการปฏิบัติงานพวกนี้เราจะรู้สึกไม่สบายใจหลังจากทำลงไปแล้วว่าเป็นการเสียเวลาเปล่า ๆ เช่น  ดูทีวี  อย่าหนังสือพิมพ์  ซึ่งให้ประโยชน์แต่ก็น่าจะเอาเวลาไปทำการบ้าน  ทบทวนบทเรียน

                ดังนั้นจึงควรวางแผนการใช้เวลาอย่างรอบคอบพิจารณาแต่ละประเภทว่าควรจัดสรรให้ความสำคัญงานใดก่อนและหลัง  การดำเนินชีวิตจำเป็นต้องมีโครงการที่แน่นอน  ผู้ที่ดำเนินชีวิตโดยไม่มีโครงการนั้น  มักไม่ค่อยประสบความรุ่งเรืองหรือประสบความสำเร็จ  เพราะต้องเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตอยู่เสมอ  ใครเขาว่าอะไรดีก็ใจรวนเรหันเตตามเขาไปเลยกลายเป็นจับจดทำอะไรไม่จริงจัง

                การเปลี่ยนแปลงกิจกรรมหรืออาชีพครั้งหนึ่ง ๆ ก็เท่ากันเป็นการเริ่มต้นใหม่ถ้ามัวเรรวนจับจดอยู่  จะสร้างฐานะไม่ทันเพื่อนฝูง  ชีวิตข้างหน้าจะลำบาก  ชีวิตจึงต้องมีโครงการ  ทางพระพุทธศาสนาสอนว่า  ถ้าจะทำฮะไรก็ให้ทำจริง ๆ มีโครงการที่แน่นอนมีกำกลังใจเข้มแข็ง  มีความมานะอดทนเพียงพอ  มีปัญญารอบคอบ  คิดถึงผลได้เสีย  คิดถึงความเจริญ  ความเสื่อม  คิดถึงอุปสรรคและทางแก้ไข  เมื่อคิดรอบคอบดีแล้ว  หากจะเกิดความไม่ราบรื่น  เกิดความขัดข้องขึ้นก็ต้องมีกำลังใจเข้มแข็งอดทน  ต่อสู้ไม่ท้อถอยหรือหมดกำลังใจเอาง่าย ๆ  การทำงานอยู่ที่กำลังใจ  ถ้ากำลังใจยังเข้มแข็งอยู่แม้และเกิดอุปสรรค  ก็พยายามฝ่าฝันไปจนสำเร็จ  โครงการชีวิตกนั้นคงจะมีทั้งระยะยาว  และควรจะกำหนดลงไปเป็นชั้น ๆ ว่าทำงานชิ้นนี้จะใช้เวลานานเท่าไรกี่ปี  เมื่อชิ้นนี้สำเร็จและจะต้องทำชิ้นนั้นต่อไป

                หากได้จัดสรรวิถีชีวิตให้มีระเบียบและมีโครงการที่แน่นอน  ประกอบกับการดำเนินชีวิตด้วยกำลังใจที่เข้มแข็ง  มีความอดทนเพียงพอดังกล่าวแล้ว  เชื่อว่าคงสามารถตั้งหลักปักฐานได้โดยไม่ยากนัก

            การประหยัดเงิน  หมายถึง  การที่นักเรียนรู้จักวางแผนการใช้จ่ายเงินใช้เงินให้เกิดประโยชน์อย่างคุ้มค่ามากที่สุด  เหมาะสมกับรายการรับ  และมีการเก็บออกยับยั้งความต้องการของตนเองอันมีผลทำให้ใช้เงินอยู่ในขอบเขตพอเหมาะพอควร  ตัดสินใจใช้เงินโดยคำนึงถึงประโยชน์  ความคุ้มค่า  ความจำเป็นของตนเองอย่างรอบคอบไม่ตระหนี่ถี่เหนี่ยวเกินไป

                มนุษย์ทุกคนอยากมีชีวิตที่ดี  อยากมีความสุขความต้องการของมนุษย์จึงมีทั้งสิ่งจำเป็นที่มนุษย์จะขาดเสียมิได้  เช่น  อาหาร  เสื้อผ้า  ยารักษาโรค  ที่อยู่อาศัย  ฯลฯ  และสิ่งไม่จำเป็น  ได้แก่  เครื่องอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ความต้องการของมนุษย์มักไม่มีที่สิ้นสุด เพราะเมื่อได้อย่างหนึ่งก็มักอยากได้อีกาสิ่งหนึ่ง หรือเห็นเขามีอย่างหนึ่งก็อยากมีอย่างเขา ทรัพย์เป็นเครื่องช่วยให้บุคคลประสบความสำเร็จในชีวิต ฉะนั้นบุคคลจึงควรแสวงหาทรัพย์ในทางที่ถูกที่ควร และรู้จักใช้ทรัพย์นั้นให้เกิดประโยชน์แก่ตนเองเพื่อเป็นหลักแก่ครอบครัว

                การแสวงหาทรัพย์ ต้องได้มาด้วยน้ำพักน้ำแรง ด้วยอุตสาหะหมั่นเพียรและด้วยสติปัญญา ทรัพย์นั้นจึงจะมีคุณค่ากว่าทรัพย์ที่ได้มาโดยไม่สื่อสัตย์สุจริต เช่น คดโกง หลอกลวง ฯลฯ เพราะนอกจากจะผิดกฎหมายแล้ว ยังทำความเดือดร้อนให้ผู้อื่นอีกด้วย ทรัพย์มีแต่คนสาปแช่ง

                การจ่ายทรัพย์ต้องมีความพอดี พอควร คือรู้จักการประมาณรายได้กับรายจ่ายให้พอเหมาะพอควร ไม่ฟุ่มเฟือย ไม่สุรุ่ยสุร่ายจนตัวเองไม่มีเหลือหรือเก็บในอนาคตความจำเป็นกะทันหันจะเดือดร้อน การไม่รู้จักประหยัดเป็นการทำลายอนาคตของตนเองเพราะคนเขาจะมาสนใจ ไม่เชื่อถือ ทำนองมีเงินเขานับเป็นน้อง มีทองเขานับเป็นพี่ การประหยัดจึงเป็นการสร้างอนาคตให้สุขสบายภายหน้า การเก็บสะสมวันละเล็กละน้อย นานๆ จะมากเองเหมือนน้ำหยดลงตุ่มทีละหยดในที่สุดมันก็เต็ม

                หลักในการประหยัดควรปฏิบัติดังนี้

                1.กำหนดการใช้จ่ายอย่างมีระเบียบเหมาะสมกับรายได้ของคน จ่ายตามรายได้ ที่คนมีไม่ฟุ่มเฟือย ให้เหลือบ้าง ให้เลือกซื้อเลือกจ่าย เลือกซื้ออาหารที่ราคาไม่แพงมีประโยชน์แก่ร่างกาย งดสิ่งที่ไม่จำเป็น เช่น น้ำอัดลม ฯลฯ

                2.จ่ายด้วยความรอบคอบ ซื้อแต่สิ่งที่จำเป็นต้องใช้ อย่าซื้อเพราะเอาอย่างคนอื่น อย่าซื้อเพราะเชื่อคำโฆษณา อะไรที่ควรทำได้ก็ควรทำ อย่าซื้อหรือจ้างอย่างเดียว

                3.รู้จักถนอม เก็บรักษา ซ่อมแซมของใช้อย่าทิ้งขว้างให้เสียหาย ต้องรู้จักเก็บรักษาให้เป็นระเบียบให้คงทนถาวร รู้จักซ่อมแซม รู้จักดัดแปลงจะประหยัดได้มาก

                4.ต้องรู้จักหารายได้เพิ่ม เพราะลำพังแต่ประหยัดเฉยๆยังไม่เพียงพอ ต้องรู้จักพึ่งตนเอง หารายได้ เช่น ระหว่างเรียนหรือในเวลาที่มีอยู่ เพื่อเป็นการยกระดับฐานะความเป็นอยู่ของตน และควรเริ่มต้นตั้งแต่วัยเด็กจะได้ฝึกนิสัยจะได้ไม่เป็นภาระแก่ผู้อื่น

                5.การยืมหนี้ยืมสินเป็นทุกข์ที่สุดในโลก หนี้สินทั่วไปก็มีดอกเบี้ยชำระดอกเบี้ยและผ่อนชำระเงินต้นเป็นภาระมากขึ้นได้ จริงๆก็อาจประพฤติในทางที่ผิดก็ได้ ฉะนั้นจึงไม่ควรก่อหนี้สินเป็นอันขาด

                6.หลีกเลี่ยงอบายมุขให้ได้ เพราะอบายมุขจะเป็นบ่อเกิดแห่งความฉิบหายจึงต้องห้างไกลอบายมุข หลักในการจ่ายทรัพย์ต้องมีการวางเป้าหมายว่าในเดือนหนึ่งๆ เราจะต้องใช้จ่ายอะไรบ้าง เป็นจำนวนเท่าไหร่ แล้วก็ฝึกตนเองปฏิบัติตามนั้น และมีวินัยไม่ทำอะไรตามใจ หรือใช้จ่ายเกินตัว เราจะปฏิบัติอย่างไรถ้าบังคับความอยากไม่ได้ ต้องอดกลั้น ยับยั้งชั่งใจ หรือพิสูจน์ว่าต้องการแท้จริงหรือแค่อยากได้

                การประหยัดด้านสิ่งของเครื่องใช้ หมายถึง การที่นักเรียนรู้จักใช้เครื่องใช้สิ่งของทั้งของตนเองและส่วนรวมให้มีประโยชน์อย่างคุ้มค่ามากที่สุด รักษาและซ่อมแซมสิ่งของเครื่องใช้ของตนเองและส่วนรวมให้ใช้งานได้อยู่เสมอ ไม่ใช้อย่างฟุ่มเฟือยเกินความจำเป็น ด้วยความเคยชินหรือความสะดวกสบายของตน ให้ความร่วมมือในการประหยัดไฟฟ้า และน้ำประปาของส่วนรวม ดังรายการต่อไปนี้

                1.การปิดเครื่องไฟฟ้าหรือเครื่องใช้ไฟฟ้าและน้ำประปาของส่วนรวมแล้วหลังจากเลิกใช้

                2.การปิดก๊อกน้ำแล้วปิดไม่สนิทหรือขณะไม่มีน้ำา

                3.การเอาชอล์คมาขว้างปาเล่น

                4.การฉีกสมุดที่ใช้แล้วมาขีดเขียนหรือทดเลข

               5.การเปิดวิทยุหรือโทรทัศน์โดยไม่มีผู้ดูหรือผู้ฟัง

              6.การตักอาหารรับประทานไม่หมด

              7.การรีดผ้าด้วยเตารีดทุกๆวีัน

              8.การไม่รู้จักซ่อมแซมเสื้อผ้าที่ขาดมาใช้

              9.การวางหนังสือไว้หน้าห้องสอบโดยไม่นำกลับบ้านเมื่อสอบเสร็จ

             10การเก็บสมุดเก่ามาเย็บเล่มเพื่อใช้ประโยชน์

             11.การเก็บอุปกรณ์กีฬาเมื่อเลิกเล่น

             12.การซื้อเครื่องแบบชุดใหม่ในวันเปิดเทอม

            13.เมื่อพบผู้อื่นขโมยหรือทำลายสิ่งของเครื่องใช่ส่วนรวม

             14.การทำความสะอาดหรือเก็บข้าวของเครื่องใช้ให้เรียบร้อยหลังเลิกใช้

            15.การนั่งโยกโต๊ะและเก้าอี้

            16.การเข้าห้องน้ำโดยไม่ราดน้ำทำความสะอาด

                            ฯลฯ

               การรักษาทรัพย์สมบัติ  คือการคุ้มครองเก็บรักษาทรัพย์สมบัติ  เครื่องใช้และผลงานทุกอย่างที่ตนหามาได้ด้วยความขยันหมั่นเพียร  ไม่ให้เป็นอันตรายหรือเสื่อมสูญไป  รู้จักเก็บไว้ในที่ปลอดภัย  เวลาใช้รู้จักถนอม  ป้องกันอันตรายที่จะเกิด  รู้จักเก็บไว้ในที่ปลอดภัย  เวลาใช้รู้จักถนอม  รู้จักสะสมทรัพย์และทำให้เกิดผลงอกเงยขึ้นมาเป็นทวีคูณ  นอกจากรู้จักรักษาทรัพย์สมบัติแล้ว  ยังหมายถึงการรู้จักรักษาหน้าที่การงาน  ต้องทำหน้าที่การงาน  โดยไม่ปล่อยปละละเลย  หรือเฉยเมยไม่ได้   แม้่เป็นนักเรียนก็มีหน้าที่ศึกษาเล่าเรียน  ต้องเรียนให้มีความรู้จริงๆจนบรรลุตามเป้าหมายที่วางไว้    การรักษาทรัพย์สมบัติทั้งส่วนรวม  สืบเนื่องจากความขยันหมั่นเพียรประกอบอาชีพจึงเป็นผลให้มรีทรัพย์สมบัติ  ถ้าไม่รักษาไว้ย่อมเก็บไว้ไม่ได้  มีแต่จะหมดไป  เหมือนตุ่มรั่วตักน้ำใส่ไม่รู้จักเต็ม  ถึงขยันมากขนาดไหน  ถ้าไม่รู้จักเก็บรักษาแล้วก็หมดสิ้นไป  ไม่มีโอกาสจะร่ำรวย  ไม่มีหวังจะตั้งตัวได้ 

              การเก็บรักษาทรัพย์สมบัติทุกอย่างตลอดจนสิ่งของเครื่องใช้ต่างๆต้องเก็บไว้ให้มั่นคง  ห่างไกลจากอันตรายต่างๆเช่นไฟไหม้  หรือโจรภัย  ฯลฯ  ปัจจุบันมีการนำไปฝากไว้ที่ธนาคารแล้วยังได้ดอกเบี้ยอีกด้วย   มีคำสอนทางพระพุทธศาสนาเกี่ยวกับความมั่นคงของชีวิตครอบครัวที่ว่า  “ ตระกูลอันมั่งคั่งจะตั้งอยู่นานไม่ได้เพราะเหตุ  4  ประการ  คือ

        1.ไม่แสวงหาสิ่งของที่หายแล้ว

       2.ไม่บูรณะสิ่งของที่เก่าคร่ำคร่า

       3.ไม่รู้จักประมาณในการใช้ทรัพย์สมบัติ

       4.ตั้งบุคคลไร้ศีลธรรมเป็นหัวหน้าครอบครัว