1.การพึ่งตนเอง

          หมายถึง การเคารพตัวเอง เชื่อมั่นในความสามารถที่จะกระทำการใดๆให้สำเร็จได้ด้วยตัวเองโดยไม่ทำให้เป็นตัวปัญหาหรือเป็นภาระแก่คณะหรือแก่ผู้อื่น

          การปฏิบัติคุณธรรมพึ่งตนเองให้เป็นกิจนิสัยจะเป็นการสร้างตนเองให้มีคุณค่า มีความสำคัญและจะทำให้ผู้นั้นมีความมั่นใจในการดำเนินชีวิต มีความมั่นใจในการทำงาน และมีความกระตือรือร้นที่จะทำงานต่างๆโดยไม่ต้องรอขอความช่วยเหลือจากใคร เมื่อมีงานกิจกรรมหรือการกระทำสิ่งต่างๆตั้งแต่งานเล็กน้อยไปถึงงานที่ใหญ่ๆ และสลับซับซ้อนก็จะสามารถใช้ความพยายามจนทำสิ่งนั้นได้สำเร็จด้วยความสามารถของตนเอง ซึ่งจะส่งผลให้เกิดความสำเร็จและความภาคภูมิใจในตนเอง บุคคลนั้นจะมีชีวิตอยู่อย่างมีความหมาย ไม่เกิดความเบื่อหน่าย ท้อแท้ใจในชีวิต และไม่ต้องไปหวังเพื่อขอรอรับความช่วยเหลือจากใคร

          สำหรับการปลูกฝังและสร้างเสริมคุณธรรมด้านการพึ่งตนเอง ต้องการมุ่งเน้นให้นักเรียนมีความสามารถช่วยเหลือตนเองอย่างเต็มที่ก่อนที่จะขอความช่วยเหลือจากผู้อื่นในด้านความรู้ ความรู้สึก ความปรารถนาและอุดมการณ์โดยการคิดและการตัดสินใจเลือกกระทำสิ่งใดๆอย่างถูกต้องและเหมาะสม

          ที่พึ่งของคนมีอยู่ 2 อย่าง คือที่พึ่งทางภายในกับที่พึ่งภายนอก ที่พึ่งภายนอกได้แก่ มารดา ญาติพี่น้อง มิตรสหาย และครูอาจารย์ เป็นต้น ที่พึ่งภายในได้แก่ คุณงามความดีที่มีในตน เช่นมีความรู้ดี มีความสามารถ มีทักษะและประสบการณ์ มีวิชาความรู้ เหมือนมีทรัพย์ ความเพียร มีความประพฤติดี รู้วิธีดำเนินที่ดี ฯลฯ

          ที่พึ่งทั้ง 2 ประการนี้ พระพุทธเจ้าทรงสรรเสริญที่พึ่งภายในมากกว่า เพราะพึ่งได้ทุกเวลาตลอดไป ส่วนที่พึ่งภายนอกนั้น มักจะพึ่งไม่ได้ตลอดไป ญาติพี่น้อง เพื่อนฝูงก็เช่นเดียวกันจะพึ่งพาอาศัยกันได้ก็เฉพาะเวลาที่ยังรักใคร่ชอบพอกันอยู่ ถ้ามีเรื่องโกรธกันเมื่อไหร่ก็เป็นอันหมดที่พึ่ง เพราะฉะนั้นที่พึ่งใดจะดีกว่าที่พึ่งตนเองเป็นไม่มี

         คุณพ่อคุณแม่เป็นพี่เลี้ยง เป็นผู้ให้การฝึกฝนประสบการณ์ชีวิตอย่างดีแก่เราไม่คิดช่วยตนเอง ไม่คิดพึ่งตนเองจะไม่เกิดประโยชน์คุ้มค่า เพราะอนาคตเราต้องเผชิญสิ่งต่างๆอีกมาก คนอ่อนแอช่วยตัวเองไม่ได้ชีวิตและอนาคตจะลำบาก

        พ่อแม่ไม่ได้เป็นหนุ่มตลอดเวลา ตัวท่านเปลี่ยนแปลงไปเรื่อยๆ ผมก็หงอก ตาก็ใส่แว่น หูอื้ออึง ฟันหลุดไป เรี่ยวแรงลดลง ท่านเปลี่ยนแปลงไปเรื่อยๆ จนต้องจากลูกๆไปตามกาลเวลา

        การพึ่งตนเองด้านการศึกษาเล่าเรียน  หมายถึง การที่นักเรียนพยายามใช้ความรู้ความสามารถของตนอย่างเต็มที่ก่อนที่จะขอความช่วยเหลือจากผู้อื่น เมื่อมีปัญหาหาด้านการเรียน สามารถแก้ปัญหาได้ด้วยวิธีที่ถูกต้องและสุจริตไม่ลอกผลงานผู้อื่น ให้ผู้อื่นทำงานให้ หรือเอาผลงานของคนอื่นมาส่งอาจารย์เพื่อให้ได้คะแนน

       เพื่อให้นักเรียนเรียนหนังสือเก่ง สอบผ่านทุกวิชา ได้ระดับคะแนนดี และเรียนหนังสือรู้เรื่องดี ทำการบ้านส่งครูได้อย่างสม่ำเสมอ และเข้าห้องสอบได้อย่างมีความมั่นใจ นักเรียนจะต้องพึ่งตนเองและปฏิบัติดังนี้

            1.ก่อนชั่วโมงเรียน ก่อนครูเข้าสอน ควรทบทวนบทเรียนที่เรียนในชั่วโมงก่อน ว่าเรียนอะไรไปแล้วบ้าง ถึงตรงไหน อ่านทบทวนบทเรียนเดิมให้เข้าใจ เพราะความรู้ที่เรียนผ่านมาจะเป็นพื้นฐานสำคัญของการเรียนในคาบต่อไป

          2.ตั้งใจเรียนมีสมาธิ จิตใจจดจ่อกับการพูดการอธิบายของอาจารย์และสนใจติดตามแง่คิดของครูอาจารย์ให้เข้าใจตลอดคาบเรียน

             3.ซักถามในสิ่งที่สงสัยจนหายข้องใจ และสามารถอธิบายเรื่องดังกล่าวให้เพื่อนๆเข้าใจเวลาพัก เวลาว่างได้

             4.รับผิดชอบทำการบ้านและแบบฝึกหัดที่ครูมอบหมายให้ทุกครั้ง จะช่วยให้มีความเข้าใจบทเรียนมากยิ่งขึ้น

     5.ใช้เวลาว่างที่มีอยู่ศึกษาค้นคว้าความรู้เพิ่มเติมและทบทวนบทเรียนอยู่เสมอ เพราะการมีความรู้ ความเข้าใจ และมีประสบการณ์อย่างเต็มที่จะช่วยให้นักเรียนสามารถพึ่งตนเองด้านการศึกษาเล่าเรียนได้

                           กิจกรรม

           ครูร่วมกับนักเรียนวิเคราะห์พฤติกรรมต่อไปนี้ โดยอภิปรายและแสดงความคิดเห็นอย่างถูกต้องและเหมาะสม

       1.นักเรียนไม่ทำแบบฝึกหัดด้วยตนเอง คอยลอกเพื่อนหรือให้เพื่อนทำให้ จัดเป็นคนที่รู้จักพึ่งพาตนเองในด้านการศึกษาเล่าเรียนหรือไม่ เพราะเหตุใด และจะเกิดผลอย่างไรบ้าง ต่อบุคคลนั้น

  1.   เมื่อนักเรียนพยายามใช้ความรู้ความสามารถของตนอย่างเต็มที่ในการศึกษาเล่าเรียนจะเกิดประโยชน์อะไรต่อตนเอง
  2. ถ้าเพื่อนทำแบบฝึกหัดไม่ได้ นักเรียนมีวิธีช่วยเหลือเพื่อนอย่างไร
  3. ในฐานะที่เป็นนักเรียนควรพัฒนาตนเองให้มีค่านิยมในการพึ่งพาตนเองด้านการศึกษาเล่าเรียน
  4. เมื่อเรียนคณิตศาสตร์จบชั่วโมงแล้วให้นักเรียนทำแบบฝึกหัด 5 ข้อ และกำหนดให้ส่งวันพรุ่งนี้ แต่เมื่อกลับบ้านปรากฏว่านักเรียนไม่สบาย คุณแม่พาไปหาหมอ และหมอให้คำแนะนำให้พักผ่อนมากๆ แต่นักเรียนยังมาได้ทำแบบฝึกหักคณิตศาสตร์ นักเรียนจะแก้ไขปัญหานี้อย่างไร
  5. เป็นคนรักธรรมะ (ธัมมกามตา) รักธรรมะชอบศึกษาค้นคว้าธรรมะ ชอบสอบถามพูดคุยเรื่องธรรมะ และนำมาประพฤติปฏิบัติ
  6. เป็นคนที่มีความเพียรพยายาม ในการสร้างความดี (วิริยารัมภะ) พากเพียรสร้างความดีและละความชั่ว บากบั่นไม่ย่อท้อ ไม่ท้อถอย ไม่ละเลยธุระในการประกอบความดี
  7. มีความสันโดษ (สันตุฎฐี) คือมีความยินดี พึงพอใจในของของตนเองในผลงานของตน หรือในผลสำเร็จต่างๆ ที่ตนสร้างขึ้น
  8. เป็นคนมีสติ คือมีความระวังรอบคอบ ระวังหน้า ระวังหลัง รอบคอบ คอยยับยั้งชั่งใจไม่ผลีผลาม ไม่ประมาทเลินเล่อ
  9. เป็นคนมีปัญญา คือความรอบรู้ในสภาวธรรม รู้เหตุ รู้ผล รู้ดี รู้ชั่ว รู้คุณ รู้โทษ

             การพึ่งตนเองด้านเศรษฐกิจ

      หมายถึง การที่นักเรียนพยายามใช้ความรู้ ความสามารถของตนเองอย่างเต็มที่ในด้านเงินทอง รู้จักหารายได้ทางสุจริตสำหรับใช้จ่ายส่วนตัว เพื่อแบ่งเบาภาระของพ่อแม่ ผู้ปกครอง ไม่กระทบกระเทือนต่อการศึกษาเล่าเรียน  เช่น ใช้เวลาว่างหลังเลิกเรียน รับจ้างส่งขนม ปลูกผักสวนครัว เป็นต้น ตลอดจนรู้จักใช้เครื่องอุปโภคบริโภค ด้วยคุณค่าอย่างแท้จริง เช่น พยายามซ่อมแซมเสื้อผ้าให้ใช้ประโยชน์ได้อยู่เสมอ เลือกซื้ออาหารรับประทานได้พอเหมาะไม่เหลือทิ้ง วางแผนการใช้จ่ายเงิน และการเก็บออม ได้อย่างมีสัดส่วน ฯลฯ

          เพื่อให้นักเรียนสามารถปฏิบัติตนเองในด้านเศรษฐกิจอย่างเต็มที่ จึงควรถือปฏิบัติต่อไปนี้

       1.ต้องมีการวางแผนด้านการรับเงิน และการใช้จ่ายเงินของตนเอง

  1. ต้องใช้ของและรักษาสิ่งของเครื่องใช้อย่างประหยัด เช่น เสื้อผ้า กางเกง รองเท้า และเครื่องใช้อื่นๆ ทุกอย่าง เพราะไม่ต้องชำรุด หรือสูญหาย และไม่ต้องซื้อบ่อยๆ ให้สิ้นเปลืองเงิน
  2. ต้องมีการหารายได้เพิ่มเป็นหลักประหยัด อย่างหนึ่ง ทำให้มีการเก็บออมเงินได้ เป็นการเริ่มต้นสร้างค่านิยมที่ดี ตั้งแต่วัยเด็ก วัยนักเรียน โดยใช้เวลาว่างที่มีอยู่ทำงานหรือทำกิจกรรมต่างๆ ให้เกิดเป็นรายได้ การเริ่มต้นหารายได้ การเริ่มต้นหารายได้แม้เพียงเล็กน้อยแต่มีผลดีอย่างมากแก่ตัวนักเรียน

       บุคคลใดตระหนักถึงความสำคัญของการพึ่งพาตนเองด้านเศรษฐกิจ และสามารถปฏิบัติได้เป็นกิจนิสัยนับตั้งแต่วัยเด็ก เป็นเหตุทำให้เกิดผลที่ดีแก่ชีวิตและครอบครัวที่ดีในอนาคต เพราะนอกจากจะมรฐานะทีดี แล้วยังจะได้รับประโยชน์ที่สำคัญอีก 6 ประการ คือ

       1.เป็นไทแก่ตัวเอง คือ สามารถดำเนินชีวิตอย่างเป็นอิสระ จะประกอบอาชีพหรือกิจการใดๆก็สามารถดำเนินได้ โดยเฉพาะโอกาสและจังหวะ คนที่มีฐานะทางเศรษฐกิจจะได้รับประโยชน์ทันทีที่โอกาสมาถึง

  1. การกู้หรือเป็นหนี้นอกจากจะเป็นทุกข์เรื่องการหาเงินมาใช้คืนแล้ว ทุกๆเดือนยังต้องหาเงินมาใช้ดอกเบี้ยด้วย
  2. มีหลักฐานมั่นคง คือ มีฐานะความเป็นอยู่ดี มีหน้าที่การงานดี ทุกอย่าง คนรอบข้างหรือเพื่อนร่วมงานศรัทธาเชื่อถือและไว้วางใจ ไม่ต้องทุกข์กังวลเรื่องเช็คจะถูกเด้ง จะถูกจับ หรือถูกฟ้องล้มละลาย และไม่ต้องคิดหาทางทุจริตเพื่อเพิ่มรายได้ตนในทางไม่ซื่อ

      4.เป็นทุนในการดำเนินกิจกรรมต่างๆได้ คือ พึ่งตนเองในทางเศรษฐกิจได้ ผู้นั้นจะมีเงินออม เงินฝาก เงินเหล่านี้สามารถใช้ในการลงทุนหรือดำเนินกิจกรรมต่างๆ ได้โดยไม่ต้องไปวิ่งเต้นติดต่อขอกู้เงินจากใครๆมาลงทุนและไม่ต้องเดือดร้อนหาเงินเป็นดอกเบี้ยและค่าส่งคืนเงินต้น

  1. ดำรงชีวิตที่มีความสุข ผู้ที่พึ่งตนเองในทางเศรษฐกิจได้มีฐานะดี มีความเป็นอยู่ดี บุตรหลานได้รับการศึกษาดีๆ สามารถเลือกอาหารที่ดี เลือกบริการสุขภาพดี ตลอดจนได้รับสิทธิพิเศษในการรับบริการต่างๆดีกว่าผู้อื่น