5.หมวดการละเล่น  ดนตรี  และการพักผ่อนหย่อนใจ            

           การละเล่น   ดนตรี   การพักผ่อนหย่อนใจ  หมายถึง  สิ่งที่มนุษย์แสดงออกเพื่อสนองความต้องการทางด้านร่างกายอารมณ์และจิตใจ  ประกอบด้วย

  1. การขับร้องและดนตรี หมายถึง  การขับร้อง  การบรรเลงดนตรี  และการขับร้องประกอบการบรรเลงดนตรี รวมทั้งเพลงที่ใช้ในพิธีกรรมต่างๆ ได้แก่

                1.1  การขับรอง

                1.2  การบรรเลงดนตรี

                1.3  การขับร้องประกอบการบรรเลงดนตรี

                1.4  เพลงและดนตรีที่ใช้ในพิธีกรรม

                1.5  เครื่องดนตรี

                 1.6  วงดนตรี

     ตัวอย่างการขับร้องดนตรีภาคต่างๆมีดังนี้

                 ภาคกลาง   เช่น มโหรีปี่พาทย์ฯลฯ

                 ภาคใต้ เช่น เพลงนาวงกาหลอ   เพลงบอก  หมาโย่ง   ลิเกป่า   ลิเกรำมะนา  โนรา  หนังตะลุงฯลฯ

                ภาคเหนือ  เช่น จ๊อย ค่าว  ฮ่ำ  ซอ (เพลง)  สะล้อซอซึงฯลฯ

                 ภาคอีสาน เช่น  หมอลำ  หมอแคน  โปงลาง  กันตรึม  เจรียง ฯลฯ

  1. ระบำรำฟ้อน คือการเต้น ระบำ  การรำ การฟ้อน  ประกอบเสียงเพลงหรือดนตรีที่มีจุดหมายเพื่อแสดงความงดงามของศิลปะการรำ        เป็นการแสดงความรื่นเริงบันเทิงใจไม่มีการดำเนินงานเป็นเรื่องราวมักจะแสดงพร้อมกันเป็นหมู่  ถ้าเป็นชุดระบำแบบไทยเหนือเรียกว่า   “ฟ้อน”   จึงเป็นเหตุให้เรียกว่า   “ระบำรำฟ้อน”  ซึ่งมีการแสดงของภาคต่างๆ ดังนี้

                 ภาคกลาง ระบำนกเขา  รำดาวดึงส์  รำโบราณฯลฯ

                  ภาคใต้  เช่นรองเง็ง  ตะลีกีปัส ลิเกป่าฯลฯ

                   ภาคเหนือ เช่นฟ้อนเล็บ ฟ้อนเทียนฟ้อนเงี้ยวฯลฯ

                  ภาคอีสาน  เช่น  แสกต้นสาก  เซิ้งต่างๆ รำมวยโบราณ  เรือมอันเร  คโน้ปดิงดอง

  1. มหรสพ หมายถึงการแสดงซึ่งเป็นเรื่องที่มีผู้แสดงและผู้ชมการแสดงท้องถิ่นของแต่ละภาค มีดังนี้

                   ภาคกลาง เช่น ลิเก ละครชาตรี  ละครนอกโขน  หนังใหญ่   ละครลิงฯลฯ

                  ภาคใต้ เช่น  โนรา  ลิเกป่า หนังตะลุง  เพลงบอก ฯลฯ

                   ภาคเหนือ  เช่น ละครซอ ฯลฯ

                  ภาคอีสาน เช่น    หมอลำเรื่อง   หมอลำเพลิน   ลิเกพื้นบ้านฯลฯ

  1. เพลงเด็กและเพลงกล่อมเด็ก คือ   เพลงที่มีเนื้อความสั้น ๆ  ไม่เป็นเพลงเฉพาะตัวของใคร ในเนื้อเพลงมีความหมายบ่งบอกถึงเรื่องราวความเป็นอยู่   และสภาพแวดล้อมของท้องถิ่น  อันเกิดจากความประทับใจของผู้แต่ง  โดยใช้ทำนองง่ายๆ แบ่งเป็น  3  หมวดใหญ่คือ

                    ก.  บทกล่อมเด็ก  เช่น  เพลงนาฬิเก  วัดโบสถ์  กาเหว่า   เจ้าขุนทองฯลฯ

                    ข.  บทปลอบเด็ก เช่น เพลงจิงโจ้ตั้งไข่  กุ๊กไก่  เจ้าการะเกดฯลฯ

                    ค.  บทเล่นเด็ก เช่น เพลงรีรีข้าวสาร  มอญซ่อนผ้า  จุ้มจี้  โอนโลนซา ฯลฯ เพลงเด็กหรือเพลงกล่อมเด็ก  อาจเรียกกันไปตามภาษาของท้องถิ่นแต่ละภาค เช่น

                    ภาคกลาง  เรียกว่า  เพลงกล่อมเด็ก

                    ภาคใต้  เรียกว่า ชาน้อง-เพลงร้องเรือ

                    ภาคเหนือ  เรียกว่า  เพลงอื่อลูก

                    ภาคอีสาน  เรียกว่า เพลงกล่อมลูก

  1. เพลงปฏิภากย์ หมายถึง  เพลงพื้นบ้านที่ร้องโต้ตอบกัน   ระหว่างพ่อเพลงกับแม่เพลง ซึ่งเรียกว่าการ  “การประ”   อาจแยกได้เป็น  2 ประเภทคือ

                  ก.   เพลงโต้ตอบสั้นๆ   เป็นเพลงที่มีเนื้อความสั้นๆ ง่ายๆ 4-5 วรรค  หรือร้องคนละท่อนก็ลงเพลงเลยผู้เล่นมักจะไม่ใช่พ่อเพลงแม่เพลงอาชีพ    ก็สามารถร้องได้เพื่อเกิดความสนุกสนาน เช่นเพลงระบำ  เพลงสงฟาง  เพลงเต้นกำรำเคียวฯลฯ

                  ข.  เพลงโต้ตอบกันอย่างยาวเป็นเพลงที่ผู้เล่นมีความชำนาญระดับพ่อเพลงแม่เพลง อาชีพ ซึ่งต้องใช้ความสามารถโต้ตอบกันนานๆการที่ร้องได้นานๆ ต้องสร้างเรื่องขึ้นเป็นชุด  ภาษาเพลงเรียกว่า  “ตับ” แบ่งตามลักษณะเนื้อร้องดังนี้

                    ****  ตับลักพาหนี  เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับชายชวนหญิงหนีตามไปอยู่กินด้วยกัน

                    ****  ตับสู่ขอ เป็นเรื่องของการสู่ขอและแต่งงานกันตามประเพณี

                    ****   ตับชิงชู้  เป็นเรื่องของผัวถูกเกณฑ์ไปทัพ  ต่อมาเมียมีชู้  เมื่อผัวกลับมาก็ไปตามกลับ

                    ****  ตับตีหมากผัว เป็นเรื่องของเมียน้อยกับเมียหลวงทะเลาะกันเพราะแย่งผัว

                    ****  ตับเบ็ดเตล็ด เป็นเรื่องแต่งเติม หรือแทรกลงไปในชุดต่างๆเพื่อยืดเวลาออกไปได้ไม่มีที่สิ้นสุด

                        เพลงปฏิพากย์ที่มีเล่นตามภาคต่างๆได้แก่

                             ภาคกลาง  เช่น  เพลงฉ่อยลำตัด  เพลงเรือ  เพลงอีแซวฯลฯ

                               ภาคใต้   เช่น เพลงบอก ฯลฯ

                               ภาคเหนือ  เช่น ซอคู่  จ๊อยโต้ตอบฯลฯ

                             ภาคอีสาน  เช่น  หมอลำ  เรือมอันเรฯลฯ

  1. การละเล่นพื้นบ้าน หมายถึงการละเล่นท้องถิ่นเพื่อความสนุกสนานหรือเล่นในเทศกาลต่างๆ บางประเภทแฝงความเชื่อไว้ด้วย  การละเล่นพื้นบ้านของภาคต่างๆ ได้แก่

                             ภาคเหนือ เช่น  ผีนางด้ง  ไม้จ๊กคอก ฯลฯ

                              ภาคกลาง เช่น  กุลาตีไม้  หกสูง  นางแมวนางครก   แม่ศรีฯลฯ

                              ภาคใต้    เช่น  เล่นไม้กางกะ  ปล่อยโกม  สงข้า  ก้าโต้  ยิงบ้า  โยนหลุม  หมาชิงเสา

งูกินหาง  ฟัดรางลูกชีไหล ฯลฯ

                             ภาคอีสาน   เช่น  ขาโถกเถก   ปักแป้น   หมากลี่  หมากอู่   ชันตูจ   วัวติ่งต่าง  หมากอี่ เส็งกลอง ฯลฯ

  1. กีฬานันทนาการ  คือ    การแข่งขันที่มีกติกาเป็นข้อกำหนด    มีผู้แข่งขันเป็นกลุ่มหรือเดี่ยวก็ได้  กีฬานันทนาการที่นิยมเล่นตามภาคต่างๆมีดังนี้

                             ภาคกลาง  เช่น แข่งเรือยาว วิ่งเปี้ยว วิ่งวัวลานฯลฯ

                             ภาคใต้  เช่น ชนวัว ชนไก่ แข่งนกเขา แข่งเรือกอแระ  กัดปลา  แข่งเรือ  แข่งเรือเพรียวฯลฯ

                           ภาคเหนือ  เช่น แข่งเรือ  ชนกว่าง   แข่งก๋อง ฯลฯ

                           ภาคอีสาน  เช่น  ส่างเฮือน  ชนแมงคาม  ดึงครกดึงสาก หมากกิ่งเกิบ  แข่งโถกเถก  ตีคลี

     8.การท่องเที่ยว  หมายถึงกิจกรรมทุกประเภทมี่เกี่ยวข้องกับนักท่องเที่ยวแยกเป็น

              8.1การท่องเที่ยวระหว่างประเทศ  กิจกรรมทุกประเภทเกี่ยวกับนักท่องเที่ยวระหว่างประเทศ    

             8.2 การท่องเที่ยวภายในประเทศ  กิจกรรมในประเทศทุกประเภทที่เกี่ยวกับนักท่องเที่ยวภายในประเทศรวมทั้งนักท่องเที่ยวระหว่างประเทศด้วย

     9.ธุรกิจเกี่ยวกับวัฒนธรรม  คือ     กิจกรรมที่มีการจัดการมีผลประโยชน์ตอบแทนเกี่ยวกับทางด้านวัฒนธรรม  เช่น  จัดจำหน่ายแผ่นเสียง  เทป     รับทำขวัญนาค ยกศาลพระภูมิ  งานหัตถกรรมพื้นบ้าน  การประดิษฐ์เปลือกหอยฯลฯ โดยจำแนกดังนี้

            9.1  ธุรกิจพิธีกรรม

            9.2  การจำหน่ายสื่อ

            9.3  การจัดการด้านวัฒนธรรม

ขอบข่ายงานส่งเสริมอนุรักษ์การขับร้องและดนตรี

          การขับร้องและดนตรีประกอบด้วย  การขับร้อง  การบรรเลงดนตรี  และการขับร้องประกอบการบรรเลงดนตรี  รวมทั้งเพลงและดนตรีที่มนุษย์สร้างสรรค์ขึ้นเพื่อให้เกิดความสนุกสนานและใช้ในพิธีกรรมต่างๆ

          การดำเนินการส่งเสริมอนุรักษ์การขับร้องและดนตรี     นอกจากเพื่อให้ความรู้ความบันเทิงใจแล้ว  ยังเน้นการถ่ายทอดวิถีชีวิตความเป็นอยู่และอารมณ์ด้วย 

        สถานศึกษาสามารถเลือกปฏิบัติกิจกรรมต่างๆได้ตามแนวทางต่อไปนี้

  1. งานศึกษาวิจัยการขับร้องและดนตรี

              1.1  จัดเก็บข้อมูลเกี่ยวกับการขับร้องและดนตรี

              1.2  ศึกษาวิเคราะห์เรื่องการขับร้องและดนตรี

              1.3  ชี้แจง ให้บุคลากรในโรงเรียน เห็นความสำคัญของการขับร้องและดนตรี

  1.   งานอนุรักษ์การขับร้องและดนตรี

              2.1  จัดแระกวดการขับร้องและการแสดงดนตรีประเภทต่างๆ

              2.2  จัดทำทำเนียบศิลปินแขนงการขับร้องและดนตรี

              2.3  จัดห้องแสดง/พิพิธภัณฑ์เครื่องดนตรี

              2.4  ประกาศเกียรติคุณศิลปินดีเด่นด้านการขับร้องและดนตรีในท้องถิ่น

              2.5  จัดประกวดนิทรรศการทางวัฒนธรรมเกี่ยวกับการขับร้องและดนตรี

  1. งานฟื้นฟูการขับร้องและดนตรี

              3.1  จัดประกวดการขับร้องและบรรเลงดนตรี

              3.2  จัดกิจกรรมฟื้นฟูการขับร้องและดนตรีในเทศกาลและโอกาสต่างๆ

              3.3  จัดประกวดทำสื่อประกอบการเรียนการสอนเกี่ยวกับการขับร้องและดนตรี สำหรับครูกลุ่มโรงเรียนในรูปแบบต่างๆ เช่นแผ่นพับ  แผนภูมิ   แผ่นใส   สไลด์    วีดีทัศน์

  1. งานพัฒนาการขับร้องและดนตรี

              4.1  จัดตั้งวงดนตรี  ประเภทต่างๆในโรงเรียนเพื่อแสดงในโอกาสต่างๆ

              4.2  พัฒนาการดนตรีให้สอดคล้องกับยุคสมัยและสังคม

              4.3  จัดแสดงขับร้องบรรเลงดนตรี  รณรงค์การส่งเสริมประชาธิปไตยในโรงเรียน

              4.4  จัดทำโครงการ  “เรารักดนตรี”ในโรงเรียน

  1. งานถ่ายทอดการขับร้องและดนตรี

              5.1  เปิดสอนวิชาการขับร้องและบรรเลงดนตรีขึ้นในโรงเรียน

              5.2  พัฒนาหลักสูตรขับร้องและบรรเลงดนตรีให้สอดคล้องกับยุคสมัยและสังคม

              5.3  เชิญผู้ชำนาญการขับร้อง ดนตรีในท้องถิ่น ให้ความรู้แก่ครูนักเรียนบางโอกาส

              5.4  จัดทำแถบบันทึกเสียงและวีดีทัศน์  เกี่ยวกับการขับร้องให้แก่โรงเรียนในกลุ่ม

              5.5  จัดอบรม เกี่ยวกับการขับร้องและดนตรีให้แก่โรงเรียนในกลุ่ม

              5.6  จัดทำบทเรียนที่ส่งเสริมการอ่านเกี่ยวกับการขับร้องและดนตรี

  1. งานส่งเสริมการขับร้องและดนตรี

              6.1  ส่งเสริมให้มีการผลิตเพื่อเผยแพร่และจำหน่าย

              6.2  ประชาสัมพันธ์ให้เยาวชน  เห็นความสำคัญของการขับร้องและดนตรี

               6.3  ผลิตแผ่นพับและเอกสารเกี่ยวกับการขับร้องและดนตรี

               6.4  จัดบริการห้องสมุด  เรื่องการขับร้องและดนตรี

               6.5  จัดมุมส่งเสริมงานอดิเรกเกี่ยวกับการขับร้องและบรรเลงดนตรี

  1. งานส่งเสริมเอตทัคคะการขับร้องและดนตรี

               7.1  จัดประชุมสัมมนาครูที่มีผลงานดีเด่นด้านการขับร้องและดนตรี

               7.2  จัดอภิปรายทางวิชาการเรื่อง การขับร้องและดนตรี

               7.3  จัดงานขับร้องและดนตรีสัญจรเพื่อเผยแพร่

ขอบข่ายงานส่งเสริมอนุรักษ์เพลงเรือ

          เพลงเรือ หมายถึง  การละเล่นพื้นบ้านนิยมเล่นในฤดูน้ำหลากทางภาคกลางของประเทศ  ผู้เล่นประกอบด้วย พ่อเพลงและแม่เพลง ไม่จำกัดจำนวน     ร้องโต้ตอบในลักษณะเพลงปฏิพากย์ที่ภาษาเพลงเรียกว่า “ประ”เนื้อหาเพลงเกี่ยวกับการขอความรัก   เกี้ยวพาราสีอันจะมีสอดแทรกอยู่ตลอดเวลา  ร้องเป็นชุดหรือตับ เช่นตับรักหนา พาหนี  ตับสู่ขอ  ตับชิงชู้  และตับตีหมากผัว  เป็นต้น

         กิจกรรมที่เสนอต่อไปนี้เป็นแนวทางในการดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ  ในเรื่องเพลงเรือซึ่งอยู่ในกลุ่มเพลงปฏิพากย์

  1. งานศึกษาวิจัยเพลงเรือ

            1.1  เก็บรวบรวมข้อมูล  เรื่องราวเกี่ยวกับเพลงเรือ

            1.2  ศึกษาวิเคราะห์ เรื่องราว  ความเป็นมาของเพลงเรือ

            1.3  สัมภาษณ์ผู้รู้ผู้ที่มีประสบการณ์เกี่ยวกับเพลงเรือ แล้วเก็บบันทึกไว้

  1. งานอนุรักษ์เพลงเรือ

            2.1  จัดประกวดการร้องเพลงเรือที่ถูกต้อง

            2.2  จัดทำทำเนียบพ่อเพลงแม่เพลง อาชีพ

            2.3  ประกาศเกียรติคุณยกย่องเชิดชูเกียรติแก่พ่อเพลง  แม่เพลงดีเด่น ในท้องถิ่น

            2.4  จัดนิทรรศการเรื่องราวที่เกี่ยวกับเพลงเรือ

  3.งานฟื้นฟูเพลงเรือ

            3.1  จัดประกวดการละเล่นเพลงเรือ

            3.2  จัดการแสดงเพลงเรือในงานเทศกาลหรือโอกาสต่างๆ

            3.3  จัดประกวดทำสื่อประกอบการสอนเรื่องเพลงเรือ

  1. งานพัฒนาเพลงเรือ

              4.1  วิเคราะห์   วิจารณ์  ชี้ให้เห็นถึงคุณค่าและประโยชน์ของเพลงเรือ  เพื่อจะนำมาประยุกต์ใช้ให้สอดคล้องกับสภาพสังคมปัจจุบัน

              4.2  จัดประกวดการร้องเพลงเรือ

              4.3  จัดมหกรรมเพลงปฏิพากย์ให้มีเพลงเรืออยู่ด้วย   เพื่อเป็นการให้ความรู้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นและการพัฒนา  ให้เหมาะสมกับสังคมปัจจุบัน

  1. งานถ่ายทอดเพลงเรือ

              5.1  เปิดสอนวิชาดนตรีพื้นเมือง เรื่อง  เพลงเรือ

              5.2  พัฒนาหลักสูตรท้องถิ่นเช่นเพลงปฏิพากย์โดยเฉพาะเพลงเรือให้สอดคล้องกับยุคสมัยของสังคมปัจจุบัน

              5.3  เชิญผู้มีความรู้และประสบการณ์ด้านเพลงปฏิพากย์ในท้องถิ่น  ให้ความรู้แก่ครูอาจารย์และนักเรียน

              5.4  จัดประชุมสัมมนาบุคลากรในกลุ่มโรงเรียนร่วมกับชุมชน

              5.5  จัดทำบทเรียนส่งเสริมเกี่ยวกับเรื่องเพลงเรือ

  1. งานส่งเสริมเพลงเรือ

              6.1  ส่งเสริมให้มีการประกวดคำกลอนเกี่ยวกับเพลงเรือ

              6.2  ประชาสัมพันธ์ให้คนทั่วไปเห็นความสำคัญของเพลงเรือ

              6.3  ผลิตเอกสารเกี่ยวกับเพลงเรือเผยแพร่

              6.4  จัดบริการเอกสารเกี่ยวกับเพลงเรือในห้องสมุดวัฒนธรรมพื้นบ้าน

  1. งานส่งเสริมเอตทัคคะเพลงเรือ

              7.1  ส่งเสริมสนับสนุนให้นักเรียนแสดงความสามารถในด้านการร้องเพลงเรือเช่นการร้องเพลงเรือ บรรยายเกี่ยวกับการรณรงค์ให้มีการส่งเสริมอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรม

              7.2  สรรหานักเรียนที่มีความสามารถด้านเพลงเรือ เพื่อประกาศเกียรติคุณยกย่อง

              7.3  จัดอภิปราย  สัมมนาทางวิชาการ เกี่ยวกับเพลงเรือ

              7.4  จัดงานพบศิลปินหรือผู้มีผลงานดีเด่นในด้านวัฒนธรรมเพลงเรือ

  1. งานแลกเปลี่ยนเพลงเรือ

               8.1  เข้าค่ายฝึกฝนแลกเปลี่ยนความรู้เกี่ยวกับเพลงปฏิพากย์ โดยเฉพาะเพลงเรือ

               8.2  จัดงานวัฒนธรรมสัญจร  เกี่ยวกับเพลงเรือเพื่อเผยแพร่หรือแนะแนวการศึกษา