หมวดภาษาและวรรณกรรม

        ภาษาและวรรณกรรมหมายถึง  สิ่งที่สื่อความหมายด้วยเสียงหรืออักษรที่มีกำหนดไว้ เป็นแบบแผน  เพื่อใช้เป็นสื่อสร้างความเข้าใจซึ่งกันและกัน  ประกอบด้วย

  1. ข่าวสาร
  2. วรรณกรรม
  3. ภาษาศาสตร์และหลักภาษา
  4. ภาษาถิ่นและภาษาชนต่างกลุ่ม
  5. นิทานและภูมินาม
  6. ความเรียงและฉันทลักษณ์
  7. ปริศนาคำทาย
  8. วาทการ
  9. ภาษิต

       ภาษาและวรรณกรรมมีขอบข่าย  และรายละเอียดดังต่อไปนี้

  1. ข่าวสาร หมายถึง ข่าวความเคลื่อนไหวทางภาษา  และวรรณกรรมจากสื่อมวลชนและหน่วยงานต่างๆทั้งของรัฐบาลและเอกชนซึ่งประกอบด้วย

               1.1  สารคดี

               1.2  บทความ

               1.3  ประกาศแจ้งความ โฆษณา

               1.4  อนุทิน

               1.5  จดหมายและจดหมายเหตุ

               1.6   ลายแทง

               1.7  ใบบอก ใบจุ้ม

               1.8  ใบความรู้ ใบฎีกา

      2.วรรณกรรม  หมายถึงกิจกรรมเกี่ยวกับการประพันธ์และหนังสือ ประกอบด้วย

           2.1 วรรณคดีหมายถึง งานเขียนที่เกิดจากจินตนาการในแบบสุนทรียะ มีความคิดเป็นสากลและมีความคงทนถาวรในรูปลักษณ์เช่น   นวนิยาย   กวีนิพนธ์  เรื่องประโลมโลกและบทละคร

              2.2 วรรณกรรมท้องถิ่น  หมายถึงงานเกี่ยวกับหนังสือที่มีอยู่ในภาคต่างๆหรือท้องถิ่นหนึ่งๆ ทั้งที่ได้บันทึกไว้เป็นลายลักษณ์อักษาและไม่มีการบันทึกเพียงจดจำสืบต่อกันมา

             2.3  วรรณกรรม หลังรัชกาลที่ 5  หมายถึง วรรณกรรมที่เกิดขึ้นตั้งแต่รัชกาลที่ 6  ซึ่งเป็นการ ริเริ่มเปลี่ยนรูปแบบการเขียนใหม่ โดยได้รับอิทธิพลจากชาติตะวันตก

               2.4หัสคดีและเรื่องล้อ

               2.5วรรณกรรมวิจารณ์

         3.ภาษาศาสตร์และหลักภาษาหมายถึงวิวัฒนาการทางภาษาจนมีระเบียบกฎเกณฑ์เป็นเอกลักษณ์ของพื้นบ้านท้องถิ่นและชาติแบ่งออกเป็น

              3.1ภาษาศาสตร์ได้แก่  ประวัติทางภาษาและวิทยาศาสตร์ทางภาษา

              3.2หลักภาษาได้แก่ ระเบียบ  กฎเกณฑ์ด้านภาษา หลักเกณฑ์ที่ใช้ในการพูด อ่าน เขียนของแต่ละภาษารวมทั้งอักษรแบบต่างๆ                     

    4.ภาษาถิ่นและภาษาต่างกลุ่ม  หมายถึง ภาษาไทยที่ใช้ในถิ่นต่างๆ ทั้งที่อยู่ในพระราชอาณาจักรและต่างประเทศเช่นเชียงรุ้งที่สำเนียงภาษาแตกต่างจากภาคกลางท้องถิ่น  อาจมีภาษาผิดเพี้ยนไปบ้าง ส่วนภาษาต่างกลุ่ม ได้แก่ภาษาอื่นๆที่ใช้อยู่ในประเทศไทยเช่น  จีน  มอญ  กระเหรี่ยง เย้า  อิสลาม(ยาวี) แบ่งออกเป็น

               4.1  ภาษาถิ่น

               4.2  ภาษาชนต่างกลุ่ม

    5.นิทานและภูมินาม  หมายถึงเรื่องราวที่เล่าสืบทอดต่อกันมาด้วยคำพูด  ไม่ได้เขียนไว้เป็นลายลักษณ์อักษรเป็นวรรณกรรมมุขปาฐะ เช่นนิทานเรื่องเมือลับแล  นางผมหอม  จำปีสี่ต้น ก่ำกาดำ เป็นต้น   

    6.ความเรียงและฉันทลักษณ์ หมายถึง   ความเรียงและร้อยกรองที่มีฉันทลักษณ์รูปแบบตามแบบแผนคำประพันธ์ในวรรณกรรมของแต่ละท้องถิ่น   (โคลง    ฉันท์  กาพย์   กลอน    ร่าย  )  รวมทั้งกลอนเปล่า(การเขียนที่ไม่มีฉันทลักษณ์)   กวีนิพนธ์รูปธรรม จัดกลุ่มได้ดังนี้

               6.1   ความเรียง

               6.2  ฉันทลักษณ์

               6.3  กลอนเปล่าและวรรณรูป

        7.ปริศนาคำทาย  หมายถึงข้อความหรือเรื่องราวที่ใช้มโนภาพเพื่อฝึกเชาว์ปัญญา   และก่อให้เกิดความสนุกสนาน เพลิดเพลิน  แบ่งออกเป็น

                7.1   ปริศนาร้อยแก้ว

                7.2  ปริศนาร้อยกรอง

                7.3  ปริศนาภาพ

       8.วาทการ  หมายถึง คำพูดของบุคคลในโอกาสสำคัญต่างๆ แยกเป็น

                8.1  โอวาท

                8.2  อภิปราย บรรยาย

                8.3  โต้วาที

                8.4   คำปราศรัย  สุนทรพจน์

      9.ภาษิต  หมายถึงคำพูดหรือถ้อยคำที่เรียบเรียงขึ้น  มีความหมายลึกซึ้ง  และมีข้อความรัดกุม      สละสลวยกินใจ เช่น    คำพังเพย     สำนวนโวหาร   คำด่า    คำสบถสาบาน    ผญา    คำผวน  ถ้อยคำ  ซึ่งมีคติสอนใจที่เรียกกันว่า  สุภาษิต

        2.1ขอบข่ายงานส่งเสริมอนุรักษ์นิทานและภูมินาม

      มีแนวทางดำเนินการดังนี้

        1.งานศึกษาและวิจัยนิทานและภูมินาม

               1.1  รวบรวมนิทานและภูมินามที่เกี่ยวข้องกับท้องถิ่น โดยแยกประเภทเอาไว้อย่างชัดเจน เพื่อสะดวกในการศึกษา

               1.2  สัมภาษณ์ผู้รู้  ผู้มีประสบการณ์ในท้องถิ่นของตนแล้วนำมาบันทึกเป็นประเภท

               1.3ออกแบบสำรวจในชุมชนของตนเองรวบรวมข้อมูล  เกี่ยวกับนิทานและภูมินาม

       2.งานอนุรักษ์นิทานและภูมินาม

               2.1  รณรงค์  เพื่อให้เห็นความสำคัญของนิทานและภูมินามเช่น  เขียนคำขวัญ  การตั้งชมรมอนุรักษ์เป็นต้น

               2.2  จัดทำทะเบียน ทำเนียบ นิทานและภูมินามในท้องถิ่นของตนเอง

               2.3  จัดทำเอกสารนิทานและภูมินามในท้องถิ่นของตนเอง

             2.4  ประกาศยกย่องเชิดชูเกียรติแก่บุคคล  กลุ่มคนที่ได้ดำเนินกิจกรรมด้านการอนุรักษ์      นิทานและภูมินามเช่นการมอบโล่  เกียรติบัตร มอบรางวัล เป็นต้น

               2.5  ตั้งชมรมอนุรักษ์ในโรงเรียนรับสมัครสมาชิกประกอบด้วย  ครู นักเรียนและ       

ผู้สนใจ  เพื่อช่วยเหลือในการจัดกิจกรรมที่เกี่ยวกับงานอนุรักษ์นิทานและภูมินาม

              2.6  สร้างจิตสำนึกให้นักเรียนเห็นความสำคัญของนิทานและภูมินามโดยสอดแทรกในวิชาภาษาไทย   ศิลปะ  และสังคมศึกษา                                    

             2.7  จัดทำ   ทำเนียบผู้รู้    ผู้ทรงคุณวุฒิ เกี่ยวกับนิทานและภูมินามเพื่อสะดวกในการศึกษาและเป็นแหล่งข้อมูลแก่ผู้สนใจ                                    

       3.งานฟื้นฟูนิทานและภูมินาม

             3.1  แข่งขันกันเล่านิทานและภูมินามของท้องถิ่นตนเอง

             3.2  ประกวดการแสดงประกอบการเล่านิทานและภูมินามของท้องถิ่นตนเอง

            3.3  แสดงละครโดยเขียนบทละครจากนิทานและภูมินามของท้องถิ่นตนเอง

           3.4  ประกวดการวาดภาพประกอบนิทานและภูมิภาคของท้องถิ่นตนเอง

           3.5  ใช้หุ่นประกอบการเล่านิทานและภูมินามของท้องถิ่นตนเอง

           3.6  ใช้ภาพพลิกประกอบการเล่านิทานและภูมินามของท้องถิ่นตนเอง

           3.7  ขับเสภาประกอบการเล่านิทานและภูมินามของท้องถิ่นตนเอง

       3.8  จัดมุมนิทรรศการนิทานและภูมินามไว้ในห้องเรียน  หรือป้ายนิเทศ  ป้ายนิทรรศการ     หน้าห้องเพื่อให้นักเรียนได้ศึกษา ทำความเข้าใจและเห็นคุณค่า

     4.งานพัฒนานิทานและและภูมินาม

            4.1  จัดรายการเล่านิทานและภูมินามโดยใช้เสียงตามสายในโรงเรียน

           4.2  จัดให้มีการประกวด เขียนบทละคร ตามนิทานและภูมินาม

           4.3  จัดนักเรียน ชมรมอนุรักษ์เป็นผู้นำจัดกิจกรรมที่เกี่ยวกับนิทานและภูมินามท้องถิ่น

         4.4  นำนิทานและภูมินามในท้องถิ่นตน มาวิเคราะห์  วิจารณ์ ชี้ให้เห็นคุณค่า พร้อม        ประโยชน์ที่จะได้รับ เพื่อนำมาประยุกต์ใช้ให้สอดคล้องกับสภาพสังคมปัจจุบัน

         4.5  จัดมหกรรมการเล่านิทานและภูมินาม เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นหาแนวทางพัฒนาให้เหมาะสมกับสภาพสังคมปัจจุบัน

         4.6  นำนิทานและภูมินามมาแต่งเป็นบทร้อยกรอง เสภา  แหล่กลอนลำ เพื่อจะช่วยให้จดจำและส่งเสริมการอนุรักษ์ให้ดียิ่งขึ้น

       5.งานถ่ายทอดนิทานและภูมินาม

             5.1  เชิญผู้มีความรู้ความสามารถ  มาสาธิตการเล่านิทานและภูมินาม

             5.2  ใช้วีดีทัศน์บันทึกการเล่านิทาน เพื่อใช้ในการถ่ายทอด

            5.3  ครูผู้สอนรายวิชาต่างๆ เช่นรายวิชาท้องถิ่นของเรา  เน้นนิทานและภูมินามในท้องถิ่นของนักเรียน เพื่อชี้ให้เห็นความสำคัญ  คุณค่า  และประโยชน์ที่นักเรียนจะได้รับจากการเรียนในรายวิชานี้

             5.4  ฝึกเล่านิทานและภูมินามในกลุ่มสมาชิกหรือชมรม เพื่อทักษะความมั่นใจ

             5.5 จัดพิมพ์ เอกสารที่เกี่ยวกับนิทานและภูมินาม  นำไปประกอบการเล่านิทาน

             5.6  ร่วมรณรงค์หน่วยงานของรัฐหรือเอกชนที่ดำเนินกิจกรรมเกี่ยวกับนิทานและภูมินาม

        5.7 นำเทคโนโลยีสมัยใหม่ มาใช้ถ่ายทอดนิทานและภูมินามเช่นคอมพิวเตอร์ในการเก็บรวมรวมข้อมูลต่างๆวีดีทัศน์ เครื่องบันทึกเสียงเป็นต้น

  1.   งานส่งเสริมนิทานและภูมินาม

             6.1  จัดพิมพ์นิทานและภูมินามเป็นรูปเล่ม ให้มีการประชาสัมพันธ์อย่างต่อเนื่อง

             6.2  ส่งเสริมให้กำลังใจ  ด้วยการมอบรางวัล เกียรติบัตร โล่ ประกาศเกียรติคุณ     แก่บุคคลและชมรมที่อนุรักษ์นิทานและภูมินาม

            6.3  ส่งเสริมบุคลากรร่วมประชุม  สัมมนา   อบรม   ในเรื่องการอนุรักษ์และส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม  ด้านภาษาและวรรณกรรมอย่างสม่ำเสมอ

            6.4 จัดทำของชำร่วย โดยมีเอกลักษณ์เกี่ยวกับนิทานและภูมินาม ของท้องถิ่นตนเองแจกในวันสำคัญๆเช่นวันอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมแห่งชาติ

            6.5   ส่งเสริมนักเรียนในชมรมทำนิทานและภูมินาม  แผ่นพับ เผยแพร่ประชาสัมพันธ์อย่างต่อเนื่อง

            6.6  ส่งเสริม ประกวดคำขวัญ ที่มีเนื้อหาอนุรักษ์ส่งเสริม  นิทานและภูมินามของท้องถิ่นตนเอง

  1. งานเสริมสร้างเอตทัคคะนิทานและภูมินาม

            7.1  สนับสนุนส่งเสริมให้นักเรียนร่วมกิจกรรมตามความสามารถในด้านต่างๆเช่น

                  ***  การเล่านิทานและภูมินาม

                  ***  การวาดภาพประกอบนิทานและภูมินาม

                  ***  การเขียนการ์ตูนประกอบนิทานและภูมินาม

                  ***  การแสดงละครประกอบนิทานและภูมินาม

                  ***  การเล่านิทานและภูมินามโดยใช้หุ่นประกอบ

                  ***   การแสดงประกอบการเล่านิทานและภูมินาม

                  ***   การเขียนเรียงความเกี่ยวกับนิทานและภูมินาม

              7.2  คัดเลือกสรรหานักเรียนที่มีความสามารถในการทำกิจกรรมที่เกี่ยวกับนิทานและภูมินามที่ครูจัดขึ้น  เช่น การเล่านิทานและภูมินามโดยใช้หุ่นประกอบ   การวาดภาพประกอบนิทานและภูมินาม การเขียนการ์ตูนประกอบนิทานและภูมินาม

             7.3 จัดทำเนียบนักเรียนมีความสามารถแต่ละกิจกรรมพร้อมประกาศเกียรติคุณ มอบรางวัล

  1. งานแลกเปลี่ยนนิทานและภูมินาม

               8.1  จัดนิทรรศการนิทานและภูมินามทุกภาคของประเทศ ให้นักเรียนศึกษาและทำความเข้าใจเห็นคุณค่า

              8.2  นำนักเรียนหรือชมรมอนุรักษ์ เข้าเยี่ยมชมศึกษา ตามศูนย์วัฒนธรรมในจังหวัดต่างๆ

              8.3  จัดการแลกเปลี่ยน  เล่านิทานสัญจร เพื่อแนะแนวการศึกษาต่อในระดับมัธยมศึกษา

              8.4  ประชุมสัมมนา   โดยยกเอานิทานและภูมินามของแต่ละท้องถิ่นมาวิเคราะห์  วิพากษ์ วิจารณ์            ข้อดีข้อเสีย  เพื่อชี้ให้เห็นคุณค่าและนำมาประยุกต์เข้ากับวิถีชีวิตในปัจจุบัน

    2.2 ขอบข่ายงานส่งเสริมอนุรักษ์ปริศนาร้อยกรอง

         ปริศนาคำทายนั้นส่วนมากมักเป็นกลอนหรือโคลงสั้นๆ  มีสัมผัส  มีคล้องจองแต่ได้ซ่อนเร้นปัญหาต่างๆไว้ เพื่อให้ฝ่ายหนึ่งใช้ความคิดแก้ปัญหา  เป็นการฝึกความคิดก่อนตัดสิน ใจ  ให้รู้จักการสังเกตและตัดสินใจโดยใช้เหตุผล    และวิจารณญาณ   สอนให้รู้จักการคาดหมาย เหตุการณ์  หรือคาดคะเนซึ่งเป็นวิธีการเพิ่มคุณภาพชีวิตอีกวิธีหนึ่ง

  1. งานศึกษาวิจัยปริศนาร้อยกรอง

             1.1  จัดรวบรวม  ปริศนาร้อยกรอง แล้วจัดแยกเป็นหมวดหมู่ตามลำดับอักษรเพื่อสะดวกในการศึกษา

             1.2 จัดระบบข้อมูลปริศนาคำทาย ที่เกี่ยวกับท้องถิ่นหรือภาคของตนเอง    ให้เห็นถึงการพัฒนาปริศนาคำทายอย่างต่อเนื่อง

            1.3ให้นักเรียน นำปริศนาร้อยกรองมาอภิปรายในการเรียนที่เกี่ยวกับร้อยกรอง

    2.งานอนุรักษ์ปริศนาร้อยกรอง

            2.1  รวบรวมปริศนาร้อยกรอง พิมพ์เป็นเล่มหรือเขียน โดยเรียงตามลำดับอักษรให้เป็นระบบ

            2.2   รณรงค์ให้เห็นประโยชน์  ความสำคัญ  ของปริศนาร้อยกรอง  เช่นการเขียนคำขวัญในลักษณะเชิญชวนเป็นต้น

            2.3  นำปริศนาร้อยกรอง  มาจัดทำในลักษณะแผ่นลอก  เพื่อประชาสัมพันธ์

            2.4  ยกย่องเชิดชูเกียรติ  แก่นักเรียนที่ชนะการประกวดคำขวัญในการรณรงค์เพื่ออนุรักษ์ปริศนาร้อยกรอง

            2.5  จัดตั้งชมรมอนุรักษ์ปริศนาคำทายขึ้นในโรงเรียน  รับสมาชิกที่เป็น  นักเรียน  ครูและผู้สนใจโดยทำหน้าที่รวบรวม   ปริศนาคำทายที่มีในท้องถิ่นที่โรงเรียนตั้งอยู่โดย        นำมาปริวรรต  และทำการจัดเก็บรักษาอย่างมีระบบ   เพื่อสะดวกในการศึกษาค้นคว้า

            2.6   สร้างจิตสำนึกให้ตระหนักในความสำคัญ  ของปริศนาคำทาย โดยสอดแทรกในวิชาภาษาไทย ด้วยการนำปริศนาร้อยกรองมาวิเคราะห์  วิจารณ์   และสรุปให้เห็นข้อดีข้อเสีย  แล้วนำมาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันของตนเอง

  1. งานฟื้นฟูปริศนาร้อยกรอง

               3.1   จัดนิทรรศการแสดงผลงานปริศนาร้อยกรอง   มุมห้องเรียน  ให้นักเรียนศึกษาและทำความเข้าใจ ชี้ให้เห็นคุณค่า พร้อมทั้งประโยชน์ที่พึงได้รับ

               3.2  จัดการประกวด  แข่งขัน  ตอบปริศนาร้อยกรองเป็นรายบุคคลหรือเป็นกลุ่ม

               3.3  สนับสนุนให้ฟื้นฟู ปริศนาร้อยกรอง โดยประกวดคำขวัญเรียงความในลักษณะเชิญชวนให้ร่วมมือกันฟื้นฟู

              3.4  รวบรวมปริศนาร้อยกรองฉบับกระเป๋า ประชาสัมพันธ์หรือจำหน่าย

              3.5  ยกย่อง   เชิดชูเกียรติ  มอบรางวัล  แก่นักเรียนที่ดำเนินกิจกรรมในลักษณะฟื้นฟูปริศนาร้อยกรอง อย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอ

  1. งานพัฒนาปริศนาร้อยกรอง

             4.1  จัดกิจกรรม ปริศนาร้อยกรอง โดยมีตู้รับปริศนาและให้รางวัลแก่ผู้ทายถูกตามสมควร

             4.2  จัดโต้วาทีโดยนำปริศนาร้อยกรอง มาเป็นญัตติ

             4.3  ส่งเสริมนักเรียนเลือก ปริศนาร้อยกรอง ที่เห็นว่า สามารถนำมาประยุกต์ใช้ในชีวิตตนเองและเกิดประโยชน์ต่อสังคม

            4.4  จัดรายการแข่งขันทายภาพตามปริศนาร้อยกรอง

            4.5  จัดรายกายแข่งขันวาดภาพ ตามปริศนาร้อยกรอง

  1. งานถ่ายทอดปริศนาร้อยกรอง

           5.1  นักเรียนแบ่งกลุ่มศึกษาปริศนาร้อยกรอง  ตามประเด็นต่อไปนี้

  1.  ลักษณะประเภทคำประพันธ์
  2. ลักษณะเฉพาะหรือแผนผังบังคับคำประพันธ์
  3. สรุปความหมายปริศนาร้อยกรอง

           5.2  จัดทำ ปริศนาร้อยกรองในรูปแผ่นลอก เผยแพร่และจำหน่ายในวันสำคัญเช่น วันเอกลักษณ์ไทย วันอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรม  วันสุนทรภู่เป็นต้น

           5.3 เน้นกิจกรรมปริศนาร้อยกรองในท้องถิ่นในภาษาไทยทุกรายวิชา ให้ตระหนักถึงความสำคัญและคุณค่าที่เกี่ยวกับวิถีชีวิตของคนในสังคมนั้น

          5.4  นำเทคโนโลยี มาประยุกต์ในการถ่ายทอดปริศนาร้อยกรอง  เช่นแถบปริศนา แถบการเล่นต่อคำ   ถามตอบปริศนา  วีดีทัศน์ปริศนาคำทายเป็นต้น

         5.5  เชิญบุคคลที่มีความรู้ เรื่องปริศนาร้อยกรอง  มาอภิปราย สาธิตแก่ครูนักเรียน

  1. งานส่งเสริมปริศนาร้อยกรอง

         6.1    ให้มีการเผยแพร่  ประชาสัมพันธ์  ปริศนาร้อยกรอง ด้วยวิธีการต่างๆ ที่เหมาะสม  ง่ายและสะดวก เช่นการเขียนคำขวัญ เสียงตามสายเป็นต้น

         6.2  ส่งเสริมให้นักเรียนจัดทำจของชำร่วยซึ่งเขียนปริศนาร้อยกรองกำกับไว้

        6.3  ส่งเสริมให้นักเรียน นำปริศนาร้อยกรองมาเขียนเป็นรูปภาพปริศนา

        6.4  ให้ชมรมรวบรวมปริศนาคำทายเป็นรูปเล่ม  ฉบับกระเป๋า  แผ่นพับ บัตรปริศนาบัตรส่งความสุขไว้เพื่อประชาสัมพันธ์หรือจำหน่าย

        6.5  ส่งเสริมให้กำลังใจ โดยให้รางวัล  เกียรติบัตร โล่  ยกย่องแก่บุคคลหรือชมรมที่อนุรักษ์และพัฒนาปริศนาร้อยกรอง อย่างต่อเนื่อง

        6.6  ส่งเสริมการนำปริศนาร้อยกรอง   มาประยุกต์ให้เกิดประโยชน์แก่ตนเองในการ ศึกษาเล่าเรียน   เช่น นำเอาเนื้อหาวิชาต่างๆมาแต่งเป็นปริศนาร้อยกรอง เพื่อให้จำง่ายๆและเข้าใจดีขึ้น

  1.   งานสร้างเอตทัคคะปริศนาร้อยกรอง

       7.1  ให้นักเรียนร่วมกิจกรรม  เพื่อแสดงออกซึ่งความสามารถในด้านต่างๆเช่นการเขียนการ์ตูนประกอบปริศนาร้อยกรอง       การแสดงประกอบปริศนาร้อยกรอง        การนำเนื้อหาวิชาที่เรียนมาแต่งเป็นปริศนาร้อยกรองฯลฯ

      7.2   จัดการแข่งขัน   ผู้ที่มีความสามารถในแต่ละเรื่อง ตามที่กำหนด เช่น การเขียนการ์ตูน  ประกอบปริศนาร้อยกรอง  การวาดภาพปริศนาร้อยกรองการนำเนื้อหา ในรายวิชาที่เรียนมาแต่งเป็นปริศนาร้อยกรองฯลฯ

      7.3  ยกย่องเชิดชูเกียรติและให้รางวัล     แก่นักเรียนที่มีความสามารถด้านปริศนาร้อยกรองพร้อม     จัดทำเป็นทำเนียบ

      7.4    สนับสนุนทุนการศึกษา  แก่นักเรียนที่มีความสามารถด้านการแต่งปริศนาร้อยกรองที่ได้แนวประยุกต์จากการเรียน

  1. งานแลกเปลี่ยนปริศนาร้อยกรอง

      8.1   จัดนิทรรศการเกี่ยวกับ  ปริศนาร้อยกรอง  ในวันสำคัญๆ ให้นักเรียนได้ศึกษาทำความเข้าใจ  เห็นคุณค่าและเปรียบเทียบ  และนำมาประยุกต์    ใช้ในชีวิตประจำวัน

      8.2   พานักเรียนหรือชมรมอนุรักษ์ ไปศึกษาศูนย์วัฒนธรรมในภูมิภาคต่างๆเพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็น

      8.3  นำปริศนาร้อยกรอง มาวิเคราะห์  วิจารณ์ให้เห็นคุณค่า และนำมาประยุกต์เข้ากับการเรียนของตนเอง

      8.4  ประชุมสัมมนา เพื่อแลกเปลี่ยน  ความคิดเห็นในปริศนาร้อยกรองของแต่ละท้องถิ่น

      8.5  จัดพิมพ์ หรือเขียนปริศนาร้อยกรอง ในลักษณะของจดหมายลูกโซ่